โรคงูสวัด (Herpes Zoster) เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Varicella Zoster Virus (VZV) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิด โรคอีสุกอีใส ในวัยเด็ก หลังจากหายจากอีสุกอีใสแล้ว เชื้อไวรัสจะยังคงแฝงตัวอยู่ในเส้นประสาท เมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เช่น จากความเครียด พักผ่อนน้อย หรืออายุมากขึ้น เชื้อจะถูกกระตุ้นให้กลับมาแสดงอาการอีกครั้งในรูปแบบของ “งูสวัด”
อาการของงูสวัด
- มีอาการ ปวดแสบปวดร้อน บริเวณผิวหนังตามแนวเส้นประสาท
- เกิด ผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใส ต่อเนื่องเป็นแนวยาวคล้ายเส้นเชือก
- อาจมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะร่วมด้วย
- อาการปวดมักเริ่มขึ้นก่อนที่ผื่นจะปรากฏ ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อหรือปวดเส้นประสาทธรรมดา
งูสวัดไม่ใช่โรคผิวหนังธรรมดา
- ปวดเรื้อรังแม้ผื่นหาย – ผู้ป่วยบางรายเกิดภาวะ Postherpetic Neuralgia คืออาการปวดเส้นประสาทเรื้อรังที่อาจยาวนานหลายเดือนถึงปี
- เสี่ยงแทรกซ้อนที่ตา – หากผื่นขึ้นบริเวณใบหน้าและใกล้ตา อาจลามไปถึงดวงตา ทำให้เกิดการอักเสบและสูญเสียการมองเห็นได้
- กระทบคุณภาพชีวิต – ความเจ็บปวดและอาการทางผิวหนังส่งผลต่อการนอนหลับ การทำงาน และสุขภาพจิต
ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นงูสวัด
- ผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 50 ปี)
- ผู้ที่เครียดเรื้อรัง พักผ่อนไม่เพียงพอ
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน หรือโรคไต
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง หรือผู้ที่ใช้ยากดภูมิ
การป้องกันงูสวัด
- ดูแลภูมิคุ้มกัน ด้วยการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- หลีกเลี่ยงความเครียด เพราะความเครียดเป็นตัวกระตุ้นสำคัญของโรค
- ฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัด โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป