โปรแกรมตรวจ AGEs

AGEs หรือ Advanced Glycation Endproducts หรือผลิตภัณฑ์สุดท้ายจากกระบวนการไกลเคชั่น เป็นสารที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างน้ำตาลและโปรตีนในร่างกายของเรา เมื่อโปรตีนสัมผัสกับระดับน้ำตาลสูง จะเกิดการจับกันแบบไม่ใช้เอนไซม์ ส่งผลให้เกิดสาร AGEs ซึ่งสามารถสะสมในเนื้อเยื่อและเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายได้ ทำให้ร่างกายเสื่อมลง เนื่องจากไปกระทบต่อเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้ร่างกายของเราเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไต และโรคอัลไซเมอร์

ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิด AGEs

  1. ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน โมเลกุลของน้ำตาลจะทำปฏิกิริยากับโปรตีนในร่างกาย ทำให้เกิด AGEs มากขึ้น
  1. ความเครียดออกซิเดทีฟ (Oxidative Stress) ภาวะที่มีสารอนุมูลอิสระมากเกินไปในร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง และการได้รับสารพิษจากสิ่งแวดล้อม
  1. อาหารที่มี AGEs สูง การรับประทานอาหารที่ผ่านการปรุงด้วยความร้อนสูง เช่น การย่าง การทอด หรือการอบ ทำให้เกิด AGEs ในอาหาร และสามารถเพิ่มระดับ AGEs ในร่างกายได้
  1. กระบวนการเผาผลาญในร่างกายกระบวนการเมตาบอลิซึมที่ผิดปกติ เช่น ในผู้ป่วยเบาหวาน จะเร่งการเกิด AGEs มากขึ้น
  1. อายุ เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการเกิด AGEs ในร่างกายจะเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เนื้อเยื่อและเซลล์เสื่อมสภาพไปตามเวลา

ผลกระทบของ AGEs ต่อร่างกาย

  • เกิดการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อและเซลล์
  • โรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคไต และโรคประสาทเสื่อม
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ความเสื่อมสภาพของผิวหนัง ทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยมากขึ้น
  • โรคไตวาย
  • โรคประสาทเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์ และการเสื่อมของระบบประสาทส่วนปลาย
  • ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ

ความสำคัญของการตรวจวัด AGEs

การตรวจวัด AGEs มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากช่วยในการวินิจฉัยและประเมินความเสี่ยงของโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของร่างกาย โดยค่า AGEs ที่สูงสามารถบ่งบอกถึงความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน ทำให้สามารถวางแผนการรักษาและการป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจวัด AGEs อย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้เราติดตามและประเมินสภาพร่างกายได้อย่างแม่นยำ ทำให้เราสามารถดูแลสุขภาพและป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

ใครบ้างที่ควรตรวจ AGEs

  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ที่มีภาวะไตวาย
  • ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มาก
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด:
  • ผู้ที่ครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเรื้อรัง

การวัด AGEs ด้วย AGE Reader

AGE Reader เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวัดค่า AGEs (Advanced Glycation Endproducts) ในร่างกายอย่างรวดเร็วและไม่ลุกล้ำ โดยใช้แสงพิเศษที่เรียกว่า UV-A light ส่องไปที่ผิวหนังของเราบริเวณท้องแขน ผิวหนังบริเวณท้องแขนเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการวัดระดับ AGEs เนื่องจากมีความหนาและความยืดหยุ่นที่พอเหมาะ และการสะสมของสาร AGEs ในบริเวณนี้สะท้อนถึงระดับ AGEs ในร่างกายได้อย่างแม่นยำ เนื่องจาก สาร AGEs มีการสะสมในเนื้อเยื่อต่าง ๆ รวมถึงผิวหนังด้วย ซึ่งผิวหนังเป็นหนึ่งในอวัยวะที่สาร AGEs ไปสะสมได้ง่ายและเห็นได้อย่างชัดเจน

ประโยชน์ของการใช้ AGE Reader

  1. ไม่ลุกล้ำและไม่เจ็บปวด การวัด AGEs ด้วย AGE Reader ไม่ต้องการการเจาะเลือดหรือการตัดชิ้นเนื้อ ทำให้เป็นวิธีที่สะดวกและไม่เจ็บปวด
  2. รวดเร็วและแม่นยำ ผลการวัดสามารถแสดงผลได้ในเวลาอันสั้น และมีความแม่นยำสูง ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในคลินิกหรือสถานพยาบาลทั่วไป
  3. การติดตามและประเมินผล ช่วยในการติดตามระดับ AGEs ในร่างกายของผู้ป่วย ทำให้สามารถประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การตรวจวัด AGEs มีความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคต่าง ๆ การตรวจค่า AGEs ช่วยให้เราสามารถติดตามและประเมินความเสี่ยงของโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยี AGE Reader เราสามารถตรวจวัดค่า AGEs ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้เราสามารถวางแผนการรักษาและการป้องกันได้ดียิ่งขึ้น

โปรแกรมอื่นๆ