“โรคจนหนทาง” คืออะไร
ในสังคมไทย คำว่า “โรคจนหนทาง” ใช้เรียกโรคที่สร้างภาระค่าใช้จ่ายสูงและยืดเยื้อ ทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวถึงขั้นล้มละลายหรือต้องสูญเสียคุณภาพชีวิต ไม่ใช่เพียงแค่การเจ็บป่วย แต่ยังเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมที่กระทบเป็นวงกว้าง
5 โรคที่มักถูกเรียกว่า “โรคจนหนทาง”
- โรคมะเร็ง
- ต้องใช้การรักษาหลายวิธี เช่น ผ่าตัด เคมีบำบัด และรังสีบำบัด
- ค่ายาและค่ารักษาสูงต่อเนื่องนับแสนถึงล้านบาท
- ผู้ป่วยบางรายต้องรักษาตลอดชีวิต ทำให้ครอบครัวมีภาระหนัก
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
- โรคหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย
- ค่าผ่าตัดหรือทำหัตถการ เช่น การใส่บอลลูนและขดลวด มีราคาสูง
- ต้องใช้ยาต่อเนื่องและติดตามผลระยะยาว
- โรคไตวายเรื้อรัง
- ผู้ป่วยระยะสุดท้ายต้องฟอกไตสัปดาห์ละหลายครั้ง หรือผ่าตัดปลูกถ่ายไต
- ค่าใช้จ่ายสูงและต่อเนื่องตลอดชีวิต
- ส่งผลกระทบต่อการทำงานและรายได้ของครอบครัว
- โรคตับแข็งและโรคตับเรื้อรัง
- เกิดจากไวรัสตับอักเสบ แอลกอฮอล์ หรือพฤติกรรมการกิน
- การรักษาในระยะท้ายต้องใช้ยาราคาแพงและอาจต้องปลูกถ่ายตับ
- ค่ารักษาสูงและซับซ้อน ทำให้ครอบครัวจำนวนมากรับไม่ไหว
- โรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์)
- ไม่สามารถรักษาให้หายขาด ต้องใช้การดูแลระยะยาว
- ค่าดูแลผู้ป่วย ค่าอุปกรณ์ และเวลาที่ครอบครัวต้องใช้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
- เป็นภาระทั้งด้านการเงินและด้านอารมณ์ของผู้ดูแล
ทำไมโรคเหล่านี้ถึงถูกเรียกว่า “โรคจนหนทาง”
- ต้องใช้เวลารักษานาน
- ค่าใช้จ่ายสูงและต่อเนื่อง
- ผู้ป่วยมักสูญเสียรายได้ ขณะที่ครอบครัวต้องแบกรับค่าใช้จ่าย
- มีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น การเดินทาง ค่าดูแล และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต