เลขที่อนุมัติ ฆสพ.สบส. 7542/2565

โปรแกรม Re Modeling Program ต่างจากการอดอาหารอย่างไร

โปรแกรม Re Modeling Program ต่างจากการอดอาหารอย่างไร

หลายคนเริ่มต้น “ลดน้ำหนัก” ด้วยวิธีที่เห็นผลเร็ว เช่น การอดอาหาร ดื่มน้ำดีท็อกซ์ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักต่าง ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้มักคงอยู่เพียงระยะสั้น และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ภาวะโยโย่ ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ หรือฮอร์โมนไม่สมดุล

ในปัจจุบัน แนวทางทางการแพทย์ให้ความสำคัญกับการดูแลแบบองค์รวม (Holistic & Functional Approach) โดยแพทย์จะวิเคราะห์สาเหตุของภาวะน้ำหนักเกิน เช่น สมดุลของฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ พฤติกรรมการกิน และคุณภาพการนอน เพื่อออกแบบแนวทางดูแลเฉพาะบุคคลอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ภายใต้การดูแลของแพทย์

โปรแกรม Re Modeling Program ทำงานอย่างไร

โปรแกรม Re Modeling Program เป็นแนวทางทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนอย่างปลอดภัย ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมของแต่ละบุคคล พร้อมวางแผนการดูแลระบบเผาผลาญและพฤติกรรมการกินอย่างเป็นองค์รวม เพื่อให้การดูแลน้ำหนักเป็นไปอย่างปลอดภัย เหมาะสม และยั่งยืนในระยะยาว

โปรแกรม Re Modeling Program ต่างจาก “การอดอาหาร” อย่างไร

ประเด็น

โปรแกรม Re Modeling Program

การอดอาหารเอง

การทำงาน

เน้นการปรับสมดุลระบบเผาผลาญและฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความหิว–อิ่ม

มักเน้นการลดพลังงานแบบรวดเร็ว เช่น อดอาหารหรือควบคุมแคลอรีอย่างเข้มงวด

ผลต่อสุขภาพ

สนับสนุนให้ร่างกายทำงานอย่างสมดุลและยั่งยืน ภายใต้การดูแลของแพทย์

อาจทำให้เกิดภาวะโยโย่ หรือระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ

ความปลอดภัย

แพทย์ติดตามผลและประเมินสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

อาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย หรือเสียสมดุล หากลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการดูแลจากแพทย์

ผลลัพธ์ระยะยาว

ช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลระบบเผาผลาญและควบคุมน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดูแลของแพทย์

น้ำหนักมักไม่คงที่ และอาจกลับมาเพิ่มขึ้นในภายหลัง (โยโย่เอฟเฟกต์)

   

ทำไม โปรแกรม Re Modeling Program ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล โปรแกรม Re Modeling Program จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยแพทย์จะ

  • ประเมินความพร้อมของร่างกาย เช่น การทำงานของตับ ไต และหัวใจ
  • วางแผนแนวทางการดูแลและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
  • ปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล
  • วางแผนด้านโภชนาการและพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่กัน

*การดูแลภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ควรอยู่ภายใต้การประเมินและติดตามผลโดยแพทย์เท่านั้น

การควบคุมน้ำหนักอย่างยั่งยืน ต้องดูแลแบบองค์รวม

แพทย์มักแนะนำให้ใช้แนวทางแบบองค์รวม (Holistic Weight Management) เพื่อปรับสมดุลของร่างกายและพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยประกอบด้วย

  • การปรับอาหารให้สอดคล้องกับระบบเผาผลาญของร่างกาย
  • การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมกับสมรรถภาพและเป้าหมายสุขภาพ
  • การนอนหลับที่เพียงพอและการจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม
  • การติดตามผลสุขภาพอย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของแพทย์