หลายคนเริ่มต้น “ลดน้ำหนัก” ด้วยวิธีที่เห็นผลเร็ว เช่น การอดอาหาร ดื่มน้ำดีท็อกซ์ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักต่าง ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้มักคงอยู่เพียงระยะสั้น และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ภาวะโยโย่ ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ หรือฮอร์โมนไม่สมดุล
ในปัจจุบัน แนวทางทางการแพทย์ให้ความสำคัญกับการดูแลแบบองค์รวม (Holistic & Functional Approach) โดยแพทย์จะวิเคราะห์สาเหตุของภาวะน้ำหนักเกิน เช่น สมดุลของฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ พฤติกรรมการกิน และคุณภาพการนอน เพื่อออกแบบแนวทางดูแลเฉพาะบุคคลอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ภายใต้การดูแลของแพทย์
โปรแกรม Re Modeling Program ทำงานอย่างไร
โปรแกรม Re Modeling Program เป็นแนวทางทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนอย่างปลอดภัย ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมของแต่ละบุคคล พร้อมวางแผนการดูแลระบบเผาผลาญและพฤติกรรมการกินอย่างเป็นองค์รวม เพื่อให้การดูแลน้ำหนักเป็นไปอย่างปลอดภัย เหมาะสม และยั่งยืนในระยะยาว
โปรแกรม Re Modeling Program ต่างจาก “การอดอาหาร” อย่างไร
ประเด็น | โปรแกรม Re Modeling Program | การอดอาหารเอง |
การทำงาน | เน้นการปรับสมดุลระบบเผาผลาญและฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความหิว–อิ่ม | มักเน้นการลดพลังงานแบบรวดเร็ว เช่น อดอาหารหรือควบคุมแคลอรีอย่างเข้มงวด |
ผลต่อสุขภาพ | สนับสนุนให้ร่างกายทำงานอย่างสมดุลและยั่งยืน ภายใต้การดูแลของแพทย์ | อาจทำให้เกิดภาวะโยโย่ หรือระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ |
ความปลอดภัย | แพทย์ติดตามผลและประเมินสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล | อาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย หรือเสียสมดุล หากลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการดูแลจากแพทย์ |
ผลลัพธ์ระยะยาว | ช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลระบบเผาผลาญและควบคุมน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดูแลของแพทย์ | น้ำหนักมักไม่คงที่ และอาจกลับมาเพิ่มขึ้นในภายหลัง (โยโย่เอฟเฟกต์) |
ทำไม โปรแกรม Re Modeling Program ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล โปรแกรม Re Modeling Program จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยแพทย์จะ
- ประเมินความพร้อมของร่างกาย เช่น การทำงานของตับ ไต และหัวใจ
- วางแผนแนวทางการดูแลและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
- ปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล
- วางแผนด้านโภชนาการและพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่กัน
*การดูแลภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ควรอยู่ภายใต้การประเมินและติดตามผลโดยแพทย์เท่านั้น
การควบคุมน้ำหนักอย่างยั่งยืน ต้องดูแลแบบองค์รวม
แพทย์มักแนะนำให้ใช้แนวทางแบบองค์รวม (Holistic Weight Management) เพื่อปรับสมดุลของร่างกายและพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยประกอบด้วย
- การปรับอาหารให้สอดคล้องกับระบบเผาผลาญของร่างกาย
- การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมกับสมรรถภาพและเป้าหมายสุขภาพ
- การนอนหลับที่เพียงพอและการจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม
- การติดตามผลสุขภาพอย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของแพทย์