โรคเบาหวาน ไม่ใช่เรื่องของคนสูงอายุอีกต่อไป
ในอดีตเราอาจคุ้นกับคำว่า “เบาหวานเป็นโรคของคนแก่” แต่ปัจจุบันคนวัยทำงานอายุเพียง 30–40 ปีก็เริ่มพบภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ เครียด นอนน้อย และขาดการดูแลสุขภาพที่ต่อเนื่อง
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า จำนวนผู้ป่วยเบาหวานในกลุ่มอายุ 30–50 ปีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศที่มีวิถีชีวิตแบบนั่งทำงานหน้าคอมเป็นเวลานาน หรือบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ดและเครื่องดื่มหวานจัดเป็นประจำ
สาเหตุหลักที่ทำให้คนวัยทำงานเสี่ยงเบาหวาน
- พฤติกรรมการกินที่ไม่สมดุล
อาหารที่มีน้ำตาลสูง แป้งขัดสี และไขมันทรานส์ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างกายต้องหลั่งอินซูลินมากเกินไปบ่อย ๆ จะเกิดภาวะ “ดื้อต่ออินซูลิน” (Insulin Resistance) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเบาหวานชนิดที่ 2
- นอนดึก นอนไม่พอ
การพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลต่อฮอร์โมนควบคุมน้ำตาลและความอยากอาหาร เช่น เลปติน (Leptin) และ เกรลิน (Ghrelin) ทำให้กินจุบจิบและน้ำตาลในเลือดไม่คงที่
- ขาดการออกกำลังกาย
การนั่งทำงานเป็นเวลานานโดยไม่ขยับร่างกายทำให้กล้ามเนื้อใช้น้ำตาลได้น้อยลง และร่างกายเผาผลาญพลังงานไม่ดี ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเรื่อย ๆ
- ความเครียดสะสม
เมื่อร่างกายเครียด จะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งกระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้น แม้ไม่ได้กินของหวานเลยก็ตาม
อาการเริ่มต้นของโรคเบาหวานที่ไม่ควรมองข้าม
- ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน
- กระหายน้ำมากผิดปกติ
- เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- แผลหายช้า หรือผิวหนังติดเชื้อง่าย
- เวียนหัว สมาธิสั้น และง่วงซึมหลังมื้ออาหาร
หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบตรวจระดับน้ำตาลในเลือดก่อนเข้าสู่ภาวะเบาหวานเรื้อรัง
วิธีลดความเสี่ยงเบาหวานสำหรับคนวัยทำงาน
✅ กินให้สมดุล: ลดของหวาน ของทอด แป้งขัดสี เพิ่มผัก ผลไม้ และโปรตีนที่ดี
🏃 ขยับร่างกายทุกวัน: เดิน 30 นาที หรือออกกำลังกายสม่ำเสมอ
😴 พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนวันละ 7–8 ชั่วโมง
🧘 ลดความเครียด: ทำสมาธิหรือหายใจลึก ๆ เมื่อรู้สึกตึงเครียด
🩸 ตรวจสุขภาพประจำปี: โดยเฉพาะระดับน้ำตาลสะสม (HbA1C) และค่าไขมันในเลือด
อ้างอิง
https://shorturl.asia/wrBYV