เคยไหม…เข้านอนตามปกติ แต่กลับสะดุ้งตื่นตอน ตี 2 หรือตี 3 ทั้งที่ไม่ได้มีเสียงรบกวน และบางครั้งพอตื่นแล้วก็หลับต่อได้ยาก
การตื่นกลางดึกเป็นครั้งคราวอาจเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ และไม่ได้หมายความว่าการนอนมีปัญหาเสมอไป แต่หาก ตื่นช่วงเวลาเดิมบ่อย ๆ ตื่นแล้วหลับต่อยาก หรือเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตในตอนกลางวัน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณควรหันมาใส่ใจกับคุณภาพการนอนมากขึ้น
การตื่นกลางดึกอาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย
- วงจรการนอนมีการเปลี่ยนแปลง
- ความกังวลและความเครียดสะสม
- คาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือพฤติกรรมก่อนนอน
- สภาพแวดล้อมระหว่างนอน ห้องร้อนเกินไป แสง เสียง
- ปัญหาสุขภาพหรือความผิดปกติของการนอน การกรนดัง สะดุ้งเหมือนหายใจไม่ออก ปวดปัสสาวะบ่อย หรือมีอาการง่วงมากผิดปกติในตอนกลางวัน
เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มใส่ใจ
ไม่จำเป็นต้องกังวลเพียงเพราะตื่นขึ้นมาตอนตี 2 หรือตี 3 เป็นครั้งคราว แต่หากเกิดขึ้นบ่อยและต่อเนื่อง และเริ่มส่งผลกระทบต่ออารมณ์ สมาธิ และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตตอนกลางวัน ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการนอน
เริ่มดูแลการนอนได้อย่างไร
- ตื่นและเข้านอนให้ใกล้เคียงเวลาเดิมทุกวัน
- หลีกเลี่ยงคาเฟอีนช่วงบ่ายและเย็น
- ลดการใช้หน้าจอและกิจกรรมที่กระตุ้นสมองก่อนเข้านอน
- จัดห้องนอนให้มืด เงียบ และอุณหภูมิสบาย
- หากตื่นกลางดึก อย่ารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูนาฬิกาหรือเลื่อนหน้าจอ
- หากมีอาการต่อเนื่อง ควรจดบันทึกเวลานอน เวลาตื่น และอาการที่เกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมิน
ตื่นตี 2–ตี 3 อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผิดปกติเสมอไป สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ตื่นกี่โมง” แต่ควรดูภาพรวมว่า นอนหลับได้ดีแค่ไหน ตื่นบ่อยเพียงใด หลับต่อได้หรือไม่ และส่งผลต่อชีวิตในตอนกลางวันหรือเปล่า
หากปรับพฤติกรรมแล้วแต่ยังตื่นกลางดึกบ่อย หรือนอนไม่หลับจนกระทบชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการนอนเพิ่มเติม
ที่ V Precision Clinic มี โปรแกรม Sleep Profile Test โปรแกรมตรวจหาสาเหตุของการนอนไม่หลับ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล