เลขที่อนุมัติ ฆสพ.สบส. 7542/2565

เส้นเลือดหัวใจตีบกับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ต่างกันอย่างไร

เส้นเลือดหัวใจตีบกับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ต่างกันอย่างไร

“เส้นเลือดหัวใจตีบ” และ “กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด” มักถูกพูดถึงใกล้เคียงกัน จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นภาวะเดียวกันทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้วสองคำนี้หมายถึงคนละส่วนของปัญหา และมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด ส่วน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด = ผลที่เกิดกับกล้ามเนื้อหัวใจ เมื่อได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ

เส้นเลือดหัวใจตีบ คืออะไร

หลอดเลือดหัวใจ หรือ Coronary Arteries มีหน้าที่นำเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เมื่อมีการสะสมของไขมัน คอเลสเตอรอล และสารต่าง ๆ บริเวณผนังหลอดเลือด จนเกิดเป็นคราบพลัค หลอดเลือดอาจค่อย ๆ แคบลง ภาวะนี้มักเรียกว่า โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือ Coronary Artery Disease
ยิ่งหลอดเลือดแคบ การไหลเวียนของเลือดก็อาจลดลง โดยเฉพาะในช่วงที่หัวใจต้องทำงานหนัก เช่น ขณะออกกำลังกายหรือเดินเร็ว

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดคืออะไร

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือ Myocardial Ischemia หมายถึงภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอกับความต้องการ หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือหลอดเลือดหัวใจตีบ แต่ไม่ได้หมายความว่าความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์การตีบเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ตำแหน่งของหลอดเลือดที่มีปัญหา ความต้องการออกซิเจนของหัวใจ และการไหลเวียนของเลือดโดยรวม ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอาจมีอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม หรืออาจไม่มีอาการชัดเจนในบางราย

“กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด” กับ “เส้นเลือดหัวใจตีบ” เหมือนกันหรือไม่

เปลี่ยนเทียบ
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
เส้นเลือดหัวใจตีบ

ความหมาย

กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ

หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

สาเหตุสำคัญ

มักเกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันจากคราบไขมัน

เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจเสียหาย ความดันโลหิตสูง หรือโรคลิ้นหัวใจ

ลักษณะการเกิด

อาจเกิดชั่วคราวขณะออกแรง หรือรุนแรงจนเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย

มักเป็นภาวะเรื้อรัง แต่สามารถกำเริบเฉียบพลันได้

อาการเด่น

แน่นหรือเจ็บหน้าอก โดยเฉพาะเวลาออกแรง เหนื่อย หายใจไม่อิ่ม อาจเจ็บร้าวไปแขน คอ กราม หรือหลัง

เหนื่อยง่าย หอบ นอนราบไม่ได้ ตื่นกลางคืนเพราะหายใจไม่ออก ขาบวม น้ำหนักขึ้นจากการคั่งของน้ำ

ปัญหาหลักอยู่ที่

เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอ

หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดีพอ

เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่

เกี่ยวข้องโดยตรงในผู้ป่วยจำนวนมาก

อาจเกี่ยวข้อง หากกล้ามเนื้อหัวใจเสียหายจากภาวะขาดเลือดหรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย

การตรวจที่ใช้ประเมิน

ECG, Exercise Stress Test, Echocardiogram, CT Coronary Angiography หรือ Coronary Angiography ตามข้อบ่งชี้

ECG, Echocardiogram, BNP/NT-proBNP, X-ray ปอด และการตรวจอื่น ๆ ตามสาเหตุ

ความเร่งด่วน

หากเจ็บหน้าอกรุนแรงหรือสงสัยกล้ามเนื้อหัวใจตาย ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน

หากหอบรุนแรง หายใจลำบากเฉียบพลัน หรือมีภาวะน้ำท่วมปอด ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน

อาการแบบไหนควรให้ความสำคัญ

  • แน่น บีบ กด หรือหนักบริเวณหน้าอก
  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
  • หายใจไม่อิ่ม โดยเฉพาะขณะออกแรง
  • เจ็บหรือไม่สบายร้าวไปแขน ไหล่ หลัง คอ หรือกราม
  • เหงื่อออกผิดปกติ คลื่นไส้ หรือหน้ามืด

ไม่มีอาการ ก็มีความเสี่ยงได้

โรคหลอดเลือดหัวใจสามารถค่อย ๆ พัฒนาเป็นเวลาหลายปี โดยบางคนอาจยังไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก การดูแลสุขภาพหัวใจจึงควรเริ่มจากการจัดการปัจจัยเสี่ยง เช่น ควบคุมความดัน ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ดูแลน้ำหนัก และตรวจสุขภาพตามอายุและความเสี่ยงของแต่ละบุคคล

หากมีอาการหรือปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ ควรเข้ารับการประเมินสุขภาพและปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

ที่ V Precision Clinic มี โปรแกรม Basic Stroke Screening สำหรับประเมินปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพโรคหลอดสมองและหลอดเลือดหัวใจ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการดูแลสุขภาพ และการวางแผนติดตามร่วมกับแพทย์

*โปรแกรมดังกล่าวเป็นการตรวจประเมินปัจจัยเสี่ยงเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ผลการตรวจและคำแนะนำขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ