โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลันเสมอไป
หลายคนเข้าใจว่าโรคหลอดเลือดสมองเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว แม้ตัวโรคจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน แต่ในความเป็นจริง ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ มักสะสมมาเป็นระยะเวลานานโดยที่ผู้ป่วยอาจไม่ทราบมาก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและผู้ใหญ่ มักพบปัจจัยเสี่ยงสำคัญ 3 ประการที่ส่งผลต่อสุขภาพหลอดเลือด ได้แก่
- ความดันโลหิตสูง: ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง
ภาวะความดันโลหิตสูงทำให้ผนังหลอดเลือดต้องรับแรงดันมากกว่าปกติเป็นเวลานาน ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดเสื่อมสภาพ หนาตัว และสูญเสียความยืดหยุ่น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อทั้งภาวะหลอดเลือดสมองตีบและหลอดเลือดสมองแตก ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงจำนวนมากอาจไม่มีอาการชัดเจนในระยะเริ่มต้น จึงอาจไม่ทราบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ภาวะที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
- หลอดเลือดสมองแตก
- ภาวะเลือดออกในสมอง
- ภาวะไขมันในเลือดสูง: ปัจจัยที่สัมพันธ์กับหลอดเลือดตีบ
ไขมันในเลือด โดยเฉพาะ LDL (ไขมันชนิดไม่ดี) หากสูงเกินไป จะสะสมตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแคบลงและแข็งตัว เมื่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองตีบมากขึ้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งสัมพันธ์กับ Stroke ชนิดหลอดเลือดอุดตัน ภาวะไขมันในเลือดสูงมักสัมพันธ์กับ
- การรับประทานอาหารไขมันสูง
- ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
- การขาดการออกกำลังกาย
- พันธุกรรม
- โรคเบาหวาน: ปัจจัยเสี่ยงต่อหลอดเลือดเรื้อรัง
ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานสามารถทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดตีบและลิ่มเลือด ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าผู้ที่ไม่มีภาวะดังกล่าว โดยเฉพาะในกรณีที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี โรคเบาหวานในระยะเริ่มต้นอาจไม่มีอาการชัดเจน จึงควรได้รับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม
ปรับพฤติกรรมวันนี้ ลดความเสี่ยงระยะยาว
- เลือกรับประทานอาหารอย่างสมดุล ลดอาหารเค็ม มัน และหวาน
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
- นอนหลับให้เพียงพอ
- จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม
- งดสูบบุหรี่ และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์