ทุกลมหายใจมีความสำคัญ เพราะ ปอดทำหน้าที่นำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายและขับคาร์บอนไดออกไซด์ออก สุขภาพปอดจึงมีผลต่อการใช้ชีวิต การทำงาน และความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน การดูแลปอดไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการไอหรือหายใจลำบาก แต่สามารถเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมพื้นฐานในชีวิตประจำวัน
6 พฤติกรรมดูแลระบบทางเดินหายใจ
- หลีกเลี่ยงบุหรี่และควันบุหรี่มือสอง
การสูบบุหรี่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพปอด และสัมพันธ์กับโรคทางเดินหายใจหลายชนิด ส่วนผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ก็ควรหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง เพราะไม่มีระดับการสัมผัสควันบุหรี่ที่ถือว่าปลอดภัยอย่างสมบูรณ์
- ใส่ใจคุณภาพอากาศและฝุ่น PM2.5
มลพิษทางอากาศสามารถส่งผลต่อทั้งระบบทางเดินหายใจและระบบอื่นของร่างกายได้
ในวันที่คุณภาพอากาศไม่ดี ควรพิจารณาปรับเวลาและสถานที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ลดระยะเวลาที่อยู่ในพื้นที่มลพิษสูง และติดตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขตามความเหมาะสม
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ช่วยส่งเสริมสมรรถภาพโดยรวมของร่างกาย รวมถึงความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจควรเลือกระดับการออกกำลังกายให้เหมาะกับภาวะสุขภาพและคำแนะนำของแพทย์
- ลดการสัมผัสฝุ่น ควัน และสารเคมี
นอกจากมลพิษกลางแจ้งแล้ว ฝุ่น ควัน เชื้อรา สารเคมี หรือไอระเหยจากการทำงานก็อาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องสัมผัสเป็นประจำ ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมและดูแลให้พื้นที่มีการระบายอากาศ
- ลดโอกาสการติดเชื้อทางเดินหายใจ
การล้างมือ ดูแลสุขอนามัย หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วยในช่วงที่มีการแพร่เชื้อ และรับวัคซีนตามคำแนะนำที่เหมาะกับช่วงวัยและภาวะสุขภาพ เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีโรคปอดเรื้อรัง
- อย่ามองข้ามอาการผิดปกติของการหายใจ
หากมีอาการ ไอต่อเนื่อง เหนื่อยง่ายผิดปกติ หายใจมีเสียงหวีด เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือไอมีเลือดปน ไม่ควรรอให้อาการรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุที่เหมาะสม
การดูแลปอดไม่ได้เริ่มต้นในวันที่มีอาการ แต่เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการลดสิ่งที่ทำร้ายปอดและเพิ่มพฤติกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว