เลขที่อนุมัติ ฆสพ.สบส. 7542/2565

ฮอร์โมนและสมรรถภาพทางเพศ: ทำอย่างไรเมื่อเจอปัญหา

ฮอร์โมนและสมรรถภาพทางเพศ: ทำอย่างไรเมื่อเจอปัญหา

สมรรถภาพทางเพศ เป็นอีกหนึ่งตัวบ่งชี้สุขภาพที่สำคัญของทั้งผู้ชายและผู้หญิง เพราะเกี่ยวข้องทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์ ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศมีหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ ฮอร์โมน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความต้องการทางเพศ การแข็งตัวของอวัยวะเพศ (ในเพศชาย) ความรู้สึกพึงพอใจขณะมีเพศสัมพันธ์ และระบบการเจริญพันธุ์โดยรวม ถ้าระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล อาจทำให้รู้สึกเบื่อหรือไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหาเรื่องการแข็งตัว เจ็บหรือไม่สบายขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือรู้สึกไม่พึงพอใจ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้

ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับสมรรถภาพทางเพศ

  1. ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone)

เป็นฮอร์โมนหลักของเพศชายที่มีในเพศหญิงด้วยในปริมาณน้อย มีบทบาทในการกระตุ้นความต้องการทางเพศ (libido) และการแข็งตัวของอวัยวะเพศ หากระดับต่ำกว่าปกติ อาจทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction: ED) ได้

  1. เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone)

ในเพศหญิง ฮอร์โมนเหล่านี้ควบคุมรอบเดือนและความชุ่มชื้นในช่องคลอด หากลดลง เช่น ในช่วงวัยหมดประจำเดือน อาจทำให้ช่องคลอดแห้ง เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ และลดความรู้สึกทางเพศ

  1. ฮอร์โมนอื่น ๆ เช่น โดปามีน (Dopamine) และเซโรโทนิน (Serotonin)

เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความพึงพอใจ และระดับความเครียด หากไม่สมดุล อาจส่งผลต่อการตอบสนองทางเพศได้

ปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับฮอร์โมนและสมรรถภาพทางเพศ

แม้สมรรถภาพทางเพศจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ปัญหาที่เกี่ยวข้องกลับพบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย เช่น

  • ระดับฮอร์โมนเพศไม่สมดุล
    เช่น เทสโทสเตอโรนต่ำในผู้ชาย หรือเอสโตรเจนลดลงในผู้หญิง ส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดลง หรือเกิดอาการไม่สบายระหว่างเพศสัมพันธ์
  • ภาวะเครียดและสุขภาพจิต
    ความเครียด ภาวะซึมเศร้า หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อสมดุลฮอร์โมน และลดทอนความรู้สึกทางเพศได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • โรคเรื้อรังและยาบางชนิด
    เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือยารักษาโรคซึมเศร้า อาจส่งผลต่อระบบประสาทหรือหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองทางเพศ
  • พฤติกรรมสุขภาพ
    การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ขาดการออกกำลังกาย หรือการใช้สารกระตุ้นบางชนิด ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อระดับฮอร์โมนและการทำงานของระบบสืบพันธุ์
  • ไม่กล้าปรึกษาแพทย์
    หลายคนอาจรู้สึกเขินอายหรือคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ทำให้ไม่ได้รับการประเมินหรือรักษาอย่างถูกต้อง ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัญหาสมรรถภาพทางเพศสามารถบรรเทาหรือฟื้นฟูได้หากรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ทำอย่างไรเมื่อสงสัยว่ามีปัญหา

หากรู้สึกว่าความต้องการทางเพศลดลง มีอาการผิดปกติ หรือมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ควรพิจารณาทางเลือกต่อไปนี้

  • เข้ารับการตรวจสุขภาพทางเพศ การวัดระดับฮอร์โมน ตรวจร่างกาย และปรึกษาแพทย์ สามารถช่วยวินิจฉัยสาเหตุของปัญหาได้อย่างตรงจุด
  • ปรับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ เช่น การนอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด และหลีกเลี่ยงสารกระตุ้นที่มีผลต่อระบบฮอร์โมน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาด้วยตนเอง โดยเฉพาะฮอร์โมนเสริมหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ได้ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
  • เปิดใจพูดคุยกับแพทย์ การเริ่มต้นพูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศกับบุคลากรทางการแพทย์เป็นก้าวสำคัญในการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

แหล่งอ้างอิง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2565). สมรรถภาพทางเพศในชายไทย.

https://www.anamai.moph.go.th

National Institutes of Health (NIH). (2022). Sexual Health for Men and Women. Retrieved

https://www.nia.nih.gov

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส). (2564). สุขภาพทางเพศในวัยทำงาน.

https://www.thaihealth.or.th