โรคหัวใจคุกคามสุขภาพของคนทุกวัย

โรคหัวใจคุกคามสุขภาพของคนทุกวัย

ประเทศไทย พบโรคหัวใจ และหลอดเลือดติดอันดับ 1 ใน 3 สาเหตุหลักการป่วย และตายของคนไทย ในรอบ 5 ปีมานี้จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 3-17 เท่าตัว ล่าสุดในปี 2546 ทั่วประเทศมีผู้ป่วย 991,413 ราย เฉลี่ยนาทีละ 2 คน เสียชีวิต 40,092 ราย หรือชั่วโมงละ 5 คน ทั้งนี้พบว่าจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากปี 2545 กว่า 136,000 ราย

 เพราะเดี๋ยวนี้โรคร้าย หรือโรคเรื้อรังไม่ได้พบแค่ในผู้สูงอายุเท่านั้น แนวโน้มผู้ป่วยโรคหลอดเลือด และหัวใจก่อนหน้านี้มักพบอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ขณะนี้พบในอายุที่น้อยลง หมายถึงป่วยเร็วขึ้น ในปี2546 พบผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจ ในกลุ่มอายุ 20-34 ปีถึง 3 % โดยต้นเหตุที่เป็นชนวนก่อเกิดของโรคหัวใจที่สำคัญที่สุด คือ โรคน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน เพราะการกินกับการใช้พลังงานไม่สมดุลกัน

ปัจจัยต่อไปนี้อาจไม่ใช่สาเหตุทั้งหมด แต่เป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อหัวใจคุณ

1. ไขมันสะสมในร่างกาย

ไขมันอันตรายที่สุด คือไขมันหน้าท้อง หรือไขมันรอบเอว ซึ่งรวมไปถึงไขมันที่หุ้มอวัยวะในช่องท้องด้วย โดยไขมันหน้าท้องเป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูง ลิ่มเลือดอุดตัน และภาวะคอเลสเตอรอลสูง ไขมันหน้าท้องยังสามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาเคมีในร่างกายอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมองแตก หรือตีบ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก ภาวะไตวาย และอัลไซเมอร์

2. คอเลสเตอรอล

ระดับคอเลสเตอรอลจะเป็นอันตรายต่อหัวใจ หรือไม่ขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่างคอเลสเตอรอล 2 ประเภท คือ แอลดีแอล หรือไขมันร้าย กับเอชดีแอล หรือไขมันดี พบว่าการมีไขมันเอชดีแอลปริมาณสูงและไขมันแอลดีแอลปริมาณต่ำ ถือว่าเป็นความสมดุลของคอเลสเตอรอลที่เหมาะสม เนื่องจากช่วยลดโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและภาวะหัวใจบกพร่อง

3. แอลดีแอล-ไตรกลีเซอไรด์

ไขมันแอลดีแอลเปรียบเสมือนรถบรรทุกไขมันที่แล่นไปตามกระแสเลือด คอยป้อนคอเลสเตอรอลให้กับเซลล์ทั่วร่างกาย หากมีไขมันแอลดีแอลมากเกินไปจนอัดแน่นอยู่ในหลอดเลือด เซลล์ของผนังหลอดเลือดจะดูดไขมันไปสะสมในเนื้อเยื่อจนกระทั่งกลายเป็นคราบไขมัน อันตรายจะยิ่งเพิ่มขึ้นหากเกิดตะกอนไขมันในหลอดเลือดหัวใจ เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าไขมัน คอเลสเตอรอล แคลเซียม และสารเหนียวหนืดต่างๆ จะสะสมเป็นคราบหนาขึ้น หลอดเลือดจึงตีบแคบลง ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลง

4. ความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของภาวะหัวใจวาย ผู้ป่วยโรคนี้เริ่มต้นเกือบทั้งหมดไม่มีอาการ พบน้อยในคนอายุน้อย พบมากเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ข้อมูลที่น่าตกใจคือมีโอกาสถึง 90% ที่คุณจะมีภาวะความดันโลหิตสูงไม่ช้าก็เร็ว และไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย สาเหตุมาจากพันธุกรรม การกินเค็มมาก หลอดเลือดตีบแคบ และขาดความยืดหยุ่น ออกกำลังกายไม่เพียงพอ น้ำหนักตัวเกิน โรคเบาหวาน และโรคเครียดเรื้อรัง

ดูแล ‘หัวใจ’ เพื่อร่างกายที่แข็งแรง

“โรคหัวใจ” เป็นคำจำกัดความที่ครอบคลุมถึงหลายภาวะ และมีหลายชนิด สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิ โรคหัวใจขาดเลือด โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นต้น ซึ่งโรคหัวใจ และหลอดเลือดเหล่านี้มักมีความสัมพันธ์กับสาเหตุของการเกิดอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง และอัมพฤกษ์ อัมพาต อย่าง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว 5-6 เท่า หลอดเลือดสมองอุดตัน 2.5-3 เท่า และเสียชีวิตจากโรคหัวใจ และหลอดเลือด 2-3 เท่า

โรคหัวใจนี้สามารถป้องกันได้ หรือหากผู้ป่วยมาพบแพทย์ทันท่วงที จะช่วยลดความเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์อัมพาตเฉียบพลัน รวมถึงอัตราการพิการ และเสียชีวิตได้ เพียงต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และเหมาะสม สังเกตความผิดปกติของตัวเองอยู่เสมอ ควรไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกัน และรักษาโรคร้ายที่อาจคาดไม่ถึง หากมีความกังวนเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายสามารถเข้ามาพบแพทย์ทันที V Precision Clinic สนับสนุนให้มีการเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ หรือการตรวจสุขภาพถือเป็นการประเมินร่างกายตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะมีโรคร้ายตามมา การป้องกัน หรือการหาตัวช่วยเสริมให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงย่อมทำให้คุณห่างไกลจากโรคร้าย เพราะถ้าเรารู้ถึงปัญหาเราก็จะรักษาที่สาเหตุได้ สามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ V Precision Clinic เรามีทีมแพทย์คอยแนะนำ ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และทีมงาน ที่มีความรู้ความชํานาญ เพื่อดูแลสุขภาพของคุณเฉพาะบุคคล เข้ามาปรึกษาที่ V Precision Clinic

เอกสารอ้างอิง

https://mgronline.com/celebonline/detail/9630000099043

https://mgronline.com/qol/detail/9480000131128

https://www.posttoday.com/lifestyle/500103

Relate Article

ปวดหัวบอกโรคได้

อาการ “ปวดหัว” …

ไข้หวัดใหญ่ภัยร้ายในผู้สูงอายุ

โรคไข้หวัดใหญ่ …

ปวดหลัง…หายได้ ถ้ารักษาตรงจุด

ปวดหลังเป็นอากา …

NAD+ ทำหน้าที่อะไร ?

NAD+ จะถูกใช้ใน …