หลายคนอาจคุ้นชินกับคำว่า “ไขมันเลว” หรือ LDL (Low-Density Lipoprotein) ว่าเป็นไขมันตัวร้ายที่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ความจริงแล้วในบรรดาไขมันเลวทั้งหมด มีตัวหนึ่งที่ “ร้าย” ยิ่งกว่า และเป็นตัวการเงียบที่สร้างปัญหาร้ายแรงต่อหลอดเลือด นั่นคือ “Oxidized LDL” หรือไขมันเลวที่ถูกออกซิไดซ์
Oxidized LDL คืออะไร
Oxidized LDL เกิดจากไขมัน LDL ทั่วไปในร่างกายที่ถูกออกซิไดซ์หรือ “เปลี่ยนสภาพ” โดยอนุมูลอิสระในเลือด กระบวนการนี้ทำให้ LDL มีโครงสร้างผิดปกติจนถูกระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมองว่าเป็น “สิ่งแปลกปลอม” และพยายามกำจัด
แต่แทนที่ร่างกายจะกำจัดได้หมดกลับเกิดปฏิกิริยาการอักเสบสะสมที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ การเกิดคราบไขมัน (Plaque) และ หลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis) ที่นำไปสู่โรคหัวใจ หลอดเลือดสมองตีบ และภาวะเส้นเลือดอุดตัน
ทำไม Oxidized LDL อันตรายกว่าค่า LDL ทั่วไป
- LDL ที่สูงเพียงอย่างเดียว อาจไม่ก่อโรคเสมอไป หากไม่ถูกออกซิไดซ์
- Oxidized LDL กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน → ทำให้หลอดเลือดอักเสบ
- เป็นตัวการหลักของ การสะสมคราบไขมันในหลอดเลือด
- เชื่อมโยงกับ โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และเบาหวาน
- ตรวจค่าไขมันปกติอาจ “ไม่เจอ” ความเสี่ยงนี้ หากไม่ได้วัด Oxidized LDL โดยเฉพาะ
ตรวจ Oxidized LDL เพื่ออะไร
การตรวจ Oxidized LDL เป็นการประเมินความเสี่ยง “เชิงลึก” ของภาวะหลอดเลือดเสื่อม แม้ค่า LDL ปกติ แต่หากมี Oxidized LDL สูงก็ยังเสี่ยงหลอดเลือดตีบตันได้เช่นกัน ซึ่งการตรวจนี้เหมาะกับผู้ที่:
- มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
- มีภาวะไขมันในเลือดสูงหรือเบาหวาน
- ต้องการประเมินความเสี่ยงหลอดเลือดล่วงหน้า
- มีอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย แต่ผลตรวจทั่วไปยังไม่พบความผิดปกติ
ป้องกัน Oxidized LDL ได้อย่างไร
- หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารแปรรูป และไขมันทรานส์
- เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน C, E, โพลีฟีนอลจากผักผลไม้
- งดสูบบุหรี่ และควบคุมความเครียดให้อยู่ในระดับสมดุล
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่ม HDL และลดอนุมูลอิสระ
- พักผ่อนให้เพียงพอ และควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป