เลขที่อนุมัติ ฆสพ.สบส. 7542/2565

รู้จักไวรัส HPV ตัวการสำคัญของ “มะเร็งปากมดลูก” ที่ป้องกันได้

รู้จักไวรัส HPV ตัวการสำคัญของ “มะเร็งปากมดลูก” ที่ป้องกันได้

HPV (Human Papillomavirus) เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยที่สุดในการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ และมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ บางสายพันธุ์ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ขณะที่สายพันธุ์ “เสี่ยงสูง” เช่น HPV 16 และ HPV 18 สามารถนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูก และทำให้เกิด มะเร็งปากมดลูก ในอนาคต ความน่ากลัวของ HPV คือ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการใด ๆ เลย ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่าติดเชื้ออยู่

HPV ติดต่อกันได้อย่างไร

แม้จะเชื่อมโยงกับการมีเพศสัมพันธ์เป็นหลัก แต่ HPV ติดต่อได้ง่ายกว่าที่คิด

  • สัมผัสผ่านผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ
  • เพศสัมพันธ์ทั้งทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือปาก
  • การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ
  • จากแม่สู่ลูกในระหว่างคลอด (พบได้น้อย)

สิ่งสำคัญคือ ถุงยางอนามัยลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100% เพราะไวรัสสามารถติดผ่านผิวหนังบริเวณอื่นที่ไม่ได้ถูกปกคลุมได้

HPV กับ “มะเร็งปากมดลูก”

การติดเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงเป็นปัจจัยหลักกว่า 90% ของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก โดยมักเกิดขึ้นจาก

  1. ติดเชื้อ HPV ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  2. ร่างกายไม่สามารถกำจัดไวรัสได้เอง
  3. เซลล์ปากมดลูกเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นเซลล์ผิดปกติ
  4. กลายเป็นมะเร็งในที่สุด

ข่าวดีคือ มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งที่ “ป้องกันได้ดีที่สุด” หากตรวจเจอความผิดปกติเร็วและรับวัคซีนป้องกัน HPV

อาการของการติดเชื้อ HPV เป็นอย่างไร

ส่วนใหญ่ “ไม่มีอาการ” จึงทำให้หลายคนไม่รู้ว่าติดเชื้อบางรายอาจพบ

  • หูดที่อวัยวะเพศ
  • เลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด
  • ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์


แต่แทบทั้งหมดของการติดเชื้อ HPV เสี่ยงสูงเกิดขึ้นแบบ เงียบ ๆ จึงสำคัญมากที่จะต้องตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ

ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ

  • ผู้หญิงช่วงอายุ 25–60 ปี
  • ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
  • ผู้ที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย
  • ผู้สูบบุหรี่ (ลดภูมิคุ้มกันของปากมดลูก)
  • ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

ป้องกัน HPV ได้อย่างไร

1) ฉีดวัคซีน HPV ตั้งแต่เนิ่น ๆ

วัคซีนสามารถป้องกันสายพันธุ์เสี่ยงสูงที่ก่อมะเร็งได้หลายสายพันธุ์ เช่น HPV 16, 18

แนะนำสำหรับ

  • เด็กหญิง–เด็กชายอายุ 9–14 ปี
  • ผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน


แม้เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ยังสามารถฉีดเพื่อ “ลดความเสี่ยงในอนาคต” ได้

2) ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสม่ำเสมอ

วิธีตรวจที่พบบ่อย ได้แก่

  • Pap smear
  • HPV DNA Test (แม่นยำและตรวจเจอไวรัสเร็วกว่า)


การตรวจเป็นประจำช่วยให้เจอความผิดปกติได้ตั้งแต่ “เซลล์เริ่มเปลี่ยน” ก่อนจะกลายเป็นมะเร็ง

3) ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี

ช่วยลดการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ แม้ไม่ป้องกันได้ทั้งหมด แต่ลดโอกาสได้มาก

4) ดูแลระบบภูมิคุ้มกัน เพราะร่างกายของหลายคนสามารถกำจัดไวรัส HPV ได้เอง

วิธีที่ช่วยเสริมระบบภูมิ เช่น

  • นอนหลับให้เพียงพอ
  • ไม่สูบบุหรี่
  • ลดความเครียด
  • ทานผักผลไม้และอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ