เลขที่อนุมัติ ฆสพ.สบส. 7542/2565

เมื่อสมองไม่ยอมปิดสวิตช์! ยิ่งพยายามนอน ยิ่งนอนไม่หลับ

เมื่อสมองไม่ยอมปิดสวิตช์! ยิ่งพยายามนอน ยิ่งนอนไม่หลับ

เคยไหม…ยิ่งพยายามนอน ยิ่งตาสว่าง

หลายคนเคยมีประสบการณ์แบบเดียวกัน คือพอถึงเวลานอนกลับนอนไม่หลับ ยิ่งพยายามหลับเท่าไร สมองกลับยิ่งคิดมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนอาจเริ่มจากการคิดเรื่องงาน เรื่องชีวิต หรือสิ่งที่ต้องทำในวันรุ่งขึ้น ก่อนที่สมองจะค่อย ๆ ตื่นตัวมากขึ้น จนร่างกายไม่สามารถเข้าสู่ภาวะพักผ่อนได้จริง ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความคิดฟุ้งซ่าน แต่เกี่ยวข้องกับ ระบบสมอง ฮอร์โมน และวงจรการนอนของร่างกาย

ทำไมสมองถึง “ไม่ยอมปิดสวิตช์” ก่อนนอน

  1. สมองยังอยู่ในโหมดตื่นตัว (Hyperarousal) เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด ระบบประสาทจะเข้าสู่โหมด “ตื่นตัว” หรือ Fight-or-Flight ส่งผลให้
  • หัวใจเต้นเร็วขึ้น
  • สมองคิดวิเคราะห์ตลอดเวลา
  • ร่างกายไม่สามารถผ่อนคลายได้

       2. ความเครียดและความกังวลสะสม  ความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการนอนไม่หลับ เมื่อเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน คอร์ติซอล(Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด หากคอร์ติซอลสูงในช่วงกลางคืน จะรบกวนการทำงานของฮอร์โมนการนอน ทำให้นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ

       3. ฮอร์โมนการนอนเสียสมดุล การนอนหลับเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนสำคัญ ซึ่งหากฮอร์โมนเหล่านี้เสียสมดุล จะทำให้ร่างกายไม่สามารถเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

  • Melatonin – ควบคุมวงจรการนอน
  • Serotonin – ส่งผลต่ออารมณ์และการผ่อนคลาย
  • Cortisol – ฮอร์โมนความเครียด

      4. พฤติกรรมก่อนนอนที่กระตุ้นสมอง หลายพฤติกรรมในชีวิตประจำวันทำให้สมองตื่นตัวโดยไม่รู้ตัว แสงสีฟ้าจากหน้าจอสามารถลดการหลั่งเมลาโทนิน และทำให้สมองเข้าใจว่ายังเป็นเวลากลางวัน

  • ใช้โทรศัพท์หรือดูหน้าจอก่อนนอน
  • ดื่มกาแฟหรือคาเฟอีนช่วงเย็น
  • ทำงานจนดึก
  • นอนและตื่นไม่เป็นเวลา

วงจรที่ทำให้ยิ่งพยายามนอน ยิ่งนอนไม่หลับ

เมื่อเรามีอาการนอนไม่หลับบ่อย ๆ สมองอาจเริ่มจดจำและเชื่อมโยง “เตียงนอน” เข้ากับความกังวลโดยไม่รู้ตัว ทำให้ทุกครั้งที่ล้มตัวลงนอนกลับเกิดความคิดว่า “คืนนี้จะหลับไหม” และยิ่งกังวลมากเท่าไร ร่างกายก็ยิ่งอยู่ในภาวะตื่นตัวมากขึ้น จนกลายเป็นวงจรที่ทำให้นอนหลับได้ยาก และหากเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิดภาวะนอนไม่หลับเรื้อรังได้

วิธีช่วยให้สมองเข้าสู่โหมดพักผ่อน

การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน อาจมีส่วนช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นได้

  1. การเข้านอนและตื่นให้เป็นเวลาเดียวกันในแต่ละวัน
  2. การลดการใช้หน้าจอก่อนนอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
  3. การหลีกเลี่ยงคาเฟอีนในช่วงบ่ายถึงเย็น
  4. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการฝึกหายใจลึก ๆ หรือทำสมาธิก่อนเข้านอน

ซึ่งแนวทางเหล่านี้สามารถช่วยสร้าง “สัญญาณ” ให้สมองค่อย ๆ รับรู้ว่าได้เวลาพักผ่อนแล้ว และอาจช่วยให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายได้ง่ายขึ้น

เมื่อปัญหาการนอนอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพลึกกว่าที่คิด

เมื่อปัญหาการนอนไม่ได้เป็นแค่เรื่อง “นอนไม่พอ” แต่อาจสะท้อนถึงปัจจัยด้านสุขภาพที่ลึกกว่าที่คิด หากคุณมีอาการดังนี้

  • นอนแต่นอนไม่หลับหลายคืนต่อสัปดาห์
  • ตื่นกลางดึกบ่อย หลับไม่ลึก ตื่นมาไม่สดชื่น
  • รู้สึกง่วงนอนระหว่างวันอยู่เสมอ

อาการเหล่านี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายในร่างกาย เช่น ความเครียดสะสม ฮอร์โมนที่อาจไม่สมดุล ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือระบบประสาทที่อยู่ในภาวะตื่นตัวมากเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม

ในปัจจุบันมีการประเมินสุขภาพการนอนเชิงลึก เช่น Sleep Profile Test ซึ่งช่วยวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการนอน เช่น ฮอร์โมน ความเครียด และระบบการทำงานของร่างกาย เพื่อช่วยให้เข้าใจสาเหตุของปัญหาการนอนได้ชัดเจนขึ้น

ที่ V Precision Clinic แนวคิดการดูแลสุขภาพการนอนจะเน้นการประเมินร่างกายแบบองค์รวม เพื่อค้นหาต้นเหตุของปัญหา ไม่ใช่เพียงการแก้ไขอาการปลายทาง

อ้างอิง: https://shorturl.asia/CXiWN