โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke ไม่ใช่ “มัจจุราชเงียบ” เสมอไป เพราะบ่อยครั้งร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนออกมาล่วงหน้า แต่ปัญหาก็คือ สัญญาณเหล่านั้นมักมาแบบชั่วคราวแล้วหายไป ทำให้หลายคนนิ่งนอนใจและคิดว่า “แค่พักผ่อนน้อยคงไม่เป็นไร” กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็อาจเข้าสู่ภาวะวิกฤตที่เสี่ยงต่อความพิการหรือเสียชีวิต
7 สัญญาณเตือนอันตราย
นี่คือ 7 สัญญาณเตือนอันตราย ที่คุณต้องสังเกตตัวเองและคนรอบข้างให้ดี ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้
- เวียนหัวเฉียบพลัน เดินเซ ทรงตัวไม่อยู่
หากอยู่ดีๆ คุณรู้สึกมึนงง บ้านหมุน หรือเดินเซเหมือนคนเมาทั้งที่ไม่ได้ดื่ม นี่อาจเป็นสัญญาณว่าสมองส่วนการควบคุมการทรงตัวขาดเลือดไปเลี้ยง อย่าชะล่าใจคิดว่าเป็นเพียงอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน
- ตามัวข้างเดียว หรือเห็นภาพซ้อน
การมองเห็นที่ผิดปกติไปอย่างกะทันหัน เช่น ตาพร่ามัวเหมือนมีม่านมาบัง หรือเห็นภาพแยกเป็นสองส่วน (Double Vision) เป็นสัญญาณเตือนว่าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงประสาทตาหรือสมองส่วนการมองเห็นกำลังมีปัญหา
- อาการชา “ครึ่งซีก” ที่แปลกไป
ไม่ใช่แค่เหน็บชาธรรมดา แต่คือการที่แขน ขา หรือใบหน้าฝั่งใดฝั่งหนึ่งรู้สึกหนาๆ หนักๆ หรือไม่มีแรงชั่วขณะ แม้จะเป็นเพียงไม่กี่นาทีแล้วหายไป (Mini-Stroke) แต่นั่นคือสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่อันตรายที่สุด
- มุมปากตก ยิ้มไม่ขึ้น
ลองส่องกระจกแล้วฉีกยิ้มดู หากพบว่ามุมปากข้างหนึ่งตก หรือร่องแก้มหายไปข้างหนึ่ง แสดงว่าเส้นประสาทสมองที่ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าเริ่มทำงานบกพร่อง
- พูดไม่ออก นึกคำพูดไม่ได้
หลายคนมองข้ามอาการ “ลิ้นแข็ง” หรือการที่จู่ๆ ก็พูดไม่ชัด พูดจาเลอะเลือน หรือนึกคำศัพท์ง่ายๆ ที่ใช้เป็นประจำไม่ออก อาการนี้สะท้อนถึงความผิดปกติของสมองส่วนที่ควบคุมภาษา
- ปวดหัวรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
อาการปวดหัวที่รุนแรงที่สุดในชีวิต (Thunderclap Headache) มาพร้อมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน หรือคอแข็งเกร็ง อาจเป็นสัญญาณของหลอดเลือดสมองแตก ซึ่งต้องพบแพทย์โดยด่วนที่สุด
- อ่อนแรงกะทันหันจนของหลุดจากมือ
หากคุณกำลังถือแก้วน้ำหรือโทรศัพท์อยู่แล้วจู่ๆ ก็มืออ่อนแรงจนของร่วงลงพื้นโดยไม่ตั้งใจ นี่คือสัญญาณว่าสมองเริ่มสั่งการกล้ามเนื้อได้ไม่เต็มที่