เลขที่อนุมัติ ฆสพ.สบส. 7542/2565

ปวดท้องเรื้อรัง แสบท้องไม่หาย อย่าชะล่าใจ! อาจเป็นมากกว่าโรคกระเพาะ

ปวดท้องเรื้อรัง แสบท้องไม่หาย อย่าชะล่าใจ! อาจเป็นมากกว่าโรคกระเพาะ

ปวดท้องบ่อย...ใช่แค่โรคกระเพาะจริงหรือ

หลายคนเมื่อมีอาการปวดท้อง แสบท้อง หรือจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ มักคิดว่าเป็น “โรคกระเพาะ” จากการกินอาหารไม่ตรงเวลา จึงเลือกซื้อยาลดกรดหรือยาบรรเทาอาการมารับประทานเอง

แม้อาการอาจดีขึ้นชั่วคราว แต่หากอาการกลับมาเป็นซ้ำอยู่เรื่อย ๆ หรือเป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่ามีสาเหตุอื่นซ่อนอยู่ ซึ่งควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม

อาการแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม

แม้อาการในระยะแรกของมะเร็งกระเพาะอาหารอาจคล้ายโรคกระเพาะทั่วไป แต่มีสัญญาณบางอย่างที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่

  • ปวดท้องหรือแสบท้องเรื้อรัง
  • แน่นท้อง อิ่มเร็วกว่าปกติ
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้ อาเจียนบ่อย
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อ่อนเพลียง่าย
  • ถ่ายดำหรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร

สาเหตุที่เป็นไปได้ ไม่ได้มีแค่ "โรคกระเพาะ"

  1. การติดเชื้อ H. pylori: หนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะและแผลในกระเพาะอาหาร คือการติดเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori) เชื้อนี้สามารถอาศัยอยู่ในเยื่อบุกระเพาะอาหารเป็นเวลานาน โดยผู้ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่มีอาการในระยะแรก
  1. โรคกรดไหลย้อน: อาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว หรือแสบคอ อาจเกิดจากกรดไหลย้อน ซึ่งบางครั้งทำให้รู้สึกคล้ายอาการโรคกระเพาะ
  1. ภาวะอาหารไม่ย่อย (Functional Dyspepsia): บางคนมีอาการจุกแน่นหรือปวดท้องเรื้อรัง แต่เมื่อตรวจแล้วไม่พบความผิดปกติของอวัยวะ สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของกระเพาะอาหารหรือความไวของระบบทางเดินอาหาร
  1. โรคในระบบทางเดินอาหารอื่น ๆ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

  • ปวดท้องเรื้อรังนานเกิน 2–4 สัปดาห์
  • อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเอง
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาเจียนบ่อย
  • ถ่ายดำหรือมีเลือดปนในอุจจาระ
  • กลืนลำบาก หรือรับประทานอาหารได้น้อยลง

Relate Article

Showing Slide 1 of 5