เลขที่อนุมัติ ฆสพ.สบส. 7542/2565

โปรแกรม Home Sleep Test

โปรแกรม Home Sleep Test

หากคุณเป็นคนที่นอนครบชั่วโมง…แต่ยังตื่นมาไม่สดชื่น มีอาการนอนกรน ง่วงระหว่างวัน เหนื่อยง่ายหลังตื่นนอน หรือสงสัยว่ามีภาวะหายใจผิดปกติขณะหลับ การตรวจโปรแกรม Home Sleep Test อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจคุณภาพการนอนของตนเอง และช่วยให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมจากแพทย์

เพราะปัญหาการนอน...อาจเกิดขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว

การนอนกรน ตื่นมาไม่สดชื่น หรือรู้สึกง่วงระหว่างวัน อาจไม่ใช่เพียงการทำงานหนัก ความเครียด หรืออายุที่เพิ่มขึ้น แต่อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการหายใจขณะนอนหลับ โดยเฉพาะภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ส่งผลให้การหายใจสะดุดและระดับออกซิเจนลดลง ร่างกายจึงต้องปลุกตัวเองให้ตื่นเป็นช่วงๆ เพื่อกลับมาหายใจอีกครั้ง

เหตุการณ์นี้อาจเกิดซ้ำหลายครั้งตลอดทั้งคืน โดยผู้ที่มีอาการส่วนใหญ่อาจไม่รู้สึกตัวหรือตื่นขึ้นมาจำเหตุการณ์ไม่ได้ แต่คุณภาพการนอนจะถูกรบกวน ทำให้ร่างกายเข้าสู่ช่วงการหลับลึกได้ไม่ต่อเนื่อง

โปรแกรม Home Sleep Test ตรวจอะไร

  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อบริเวณคาง
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าลูกตา
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อขา
  • ตรวจวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด
  • การตรวจวัดลมหายใจทางจมูก/ทางปาก
  • การตรวจวัดการเคลื่อนไหวของทรวงอกและท้อง
  • การตรวจวัดท่านอนต่างๆ
  • การบันทึกเสียงกรน

ทำไมควรตรวจโปรแกรม Home Sleep Test

1.  คุณอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่รู้ตัว: จนกว่าจะมีคนใกล้ชิดสังเกตเห็นว่านอนกรนดัง หายใจเงียบหายไปเป็นช่วง ๆ หรือสะดุ้งเฮือกเหมือนขาดอากาศ

2. นอนหลายชั่วโมงแต่รู้สึกพักผ่อนไม่เพียงพอ: แม้จะนอนครบ 7–8 ชั่วโมง แต่หากมีภาวะหยุดหายใจขนาดหลับซ้ำๆ สมองและร่างกายอาจไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ จึงอาจเกิดอาการ ตื่นแล้วไม่สดชื่น, ปวดศีรษะหลังตื่นนอน, ปากแห้งหรือเจ็บคอในตอนเช้า, ง่วงมากระหว่างวัน, สมาธิลดลง, หงุดหงิดง่ายหรืออารมณ์เปลี่ยนแปลง, ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

3. ความผิดปกติอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพในระยะยาว: ภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่ไม่ได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม อาจสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพหลายด้านดังนี้ ความดันโลหิตสูง, ความผิดปกติของหัวใจและจังหวะการเต้นของหัวใจ, ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง, ความผิดปกติด้านการควบคุมระดับน้ำตาล, ความเหนื่อยล้าและคุณภาพชีวิตที่ลดลง

4. อาการนอนกรนอย่างเดียว อาจไม่สามารถบอกความรุนแรงได้: ไม่ใช่ทุกคนที่นอนกรนจะมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับบางรายอาจไม่ได้นอนกรน จึงจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับการหายใจ ระดับออกซิเจน และการทำงานของร่างกายขณะนอนหลับ

5. ช่วยให้วางแผนดูแลสุขภาพ: โปรแกรม Home Sleep Test ข้อมูลเหล่านี้ช่วยลดการคาดเดาจากอาการ และใช้ประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

ใครบ้างที่ควรเข้ารับบริการโปรแกรม Home Sleep Test

  • ผู้ที่นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ
  • มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจหรือหายใจสะดุดขณะหลับ
  • ผู้ที่มีอาการสะดุ้งตื่น หายใจไม่อิ่ม หรือรู้สึกเหมือนสำลักกลางคืน
  • ผู้ที่ตื่นกลางดึกบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ผู้ที่ตื่นแล้วไม่สดชื่น แม้นอนครบหลายชั่วโมง
  • ผู้ที่ง่วงนอนมากผิดปกติในช่วงกลางวัน
  • ผู้ที่มีสมาธิลดลง ความจำไม่ดี หรือหงุดหงิดง่าย
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะรายที่ควบคุมได้ยาก
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ข้อดีของการตรวจ โปรแกรม Home Sleep Test

  • ไม่ต้องพักค้างคืนที่สถานพยาบาล
  • ได้นอนในห้องและเตียงที่บ้าน
  • ลดความกังวลจากการนอนในสถานที่ไม่คุ้นเคย
  • อุปกรณ์มีขนาดกะทัดรัดและติดตั้งไม่ซับซ้อน
  • ได้ข้อมูลการหายใจในคืนที่ใกล้เคียงกับชีวิตประจำวัน
  • สามารถนำผลให้แพทย์วิเคราะห์และวางแผนดูแลต่อได้

ขั้นตอนการตรวจโปรแกรม Home Sleep Test

  • พบแพทย์เพื่อปรึกษาก่อนทำ Home Sleep Test
  • นัดวันเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปติดตั้งอุปกรณ์ที่บ้าน
  • ติดอุปกรณ์ก่อนนอนและใช้ชีวิตตามปกติที่บ้าน
  • เจ้าหน้าที่ไปเก็บอุปกรณ์คืนเพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
  • นัดวันเพื่อเข้ารับการฟังผลและวางแผนดูแลสุขภาพจากแพทย์

การเตรียมตัวก่อนตรวจโปรแกรม Home Sleep Test

ช่วงก่อนตรวจโปรแกรม Home Sleep Test

  • ใช้ชีวิตและทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ
  • หลีกเลี่ยงการงีบหลับระหว่างวัน เพื่อให้สามารถหลับได้ตามเวลาปกติ
  • งดชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ก่อนติดตั้งเครื่องอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนติดตั้งเครื่องอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
  • ไม่ควรออกกำลังกายหนักใกล้เวลาเข้านอน

ช่วงก่อนติดตั้งอุปกรณ์

  • อาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อย
  • เช็ดผิวให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก หน้าท้อง ข้อมือ หรือตำแหน่งที่ต้องติดเซนเซอร์
  • หลีกเลี่ยงการทาครีม โลชั่น น้ำมัน แป้ง หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบริเวณที่ติดอุปกรณ์ เพราะอาจทำให้เซนเซอร์หลุดระหว่างคืน
  • หลีกเลี่ยงการทาเล็บหรือติดเล็บปลอมที่นิ้วซึ่งใช้ติดเครื่องวัดออกซิเจน เพราะอาจรบกวนการอ่านค่า
  • สวมชุดนอนที่สบาย แนะนำเสื้อและกางเกงแยกชิ้น เพื่อให้ติดสายคาดหน้าอกหรือเซนเซอร์ได้สะดวก

ช่วงคืนที่ทำการตรวจ

  • ติดอุปกรณ์ตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่สาธิต
  • ตรวจดูว่าสายคาดหน้าอก เซนเซอร์วัดลมหายใจ และเครื่องวัดออกซิเจนอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
  • เปิดเครื่องหรือเริ่มบันทึกข้อมูลตามคำแนะนำ
  • เข้านอนในเวลาปกติและนอนในท่าที่ใช้เป็นประจำ ไม่จำเป็นต้องบังคับให้นอนหงาย
  • พยายามนอนให้ได้อย่างน้อยตามระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด
  • เมื่อตื่นนอน ให้หยุดการบันทึกและถอดอุปกรณ์ตามลำดับ

ข้อห้ามและข้อควรระวังของโปรแกรม Home Sleep Test

  • รับประทานยาประจำตามปกติ เว้นแต่แพทย์หรือเจ้าหน้าที่แจ้งให้ปรับเปลี่ยน
  • ห้ามหยุดยา ยานอนหลับ หรือยาคลายกังวลด้วยตนเอง
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าหากใช้ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้แพ้ที่ทำให้ง่วง หรือยาประจำอื่น ๆ
  • แจ้งเจ้าหน้าที่หากมีโรคหัวใจ โรคปอด โรคทางระบบประสาท หรือมีภาวะสุขภาพที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
  • แจ้งเจ้าหน้าที่หากมีประวัติแพ้พลาสเตอร์ เทปกาว หรือวัสดุที่สัมผัสผิวหนัง

ลงทะเบียนตรวจโปรแกรม Home Sleep Test

โปรแกรมตรวจสุขภาพอื่นๆ