โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease: CAD) ภาวะที่หลอดเลือดแดงซึ่งทำหน้าที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการตีบหรืออุดตัน ส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการสะสมของคราบไขมันและการเปลี่ยนแปลงของผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลง
หัวข้อ | โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเรื้อรัง (Chronic Ischemic Heart Disease) | กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Acute Myocardial Infarction (Heart Attack)) |
ลักษณะ | ภาวะที่เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอแบบเรื้อรัง มักเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดหัวใจตีบจากคราบไขมัน | ภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจเกิดการบาดเจ็บและตายจากการขาดเลือดอย่างเฉียบพลัน |
การเกิด | ค่อย ๆ พัฒนาเป็นเวลานาน | เกิดขึ้นเฉียบพลัน มักภายในช่วงเวลาสั้น |
สาเหตุที่พบ | คราบไขมันสะสมในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบลง | มักเกิดจากคราบไขมันในหลอดเลือดแตกหรือฉีก แล้วเกิดลิ่มเลือดอุดตัน แต่ MI บางชนิดอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ |
อาการ | อาจแน่นหน้าอกเวลาออกแรง เหนื่อยง่าย และดีขึ้นเมื่อพัก หรือบางคนอาจไม่มีอาการชัดเจน | เจ็บหรือแน่นหน้าอกเฉียบพลัน อาจร้าวไปแขน ไหล่ หลัง คอ หรือกราม ร่วมกับหายใจไม่อิ่ม เหงื่อออก คลื่นไส้ หรือหน้ามืด |
ความสัมพันธ์กัน | อาจเพิ่มโอกาสเกิดเหตุการณ์หัวใจเฉียบพลันในอนาคต | สามารถเกิดขึ้นในผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจอยู่เดิม หรือบางรายอาจเกิดเป็นเหตุการณ์แรกโดยไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อน |
โปรแกรม V Precision Heart Attack Risk Check โปรแกรมตรวจประเมินปัจจัยเสี่ยงด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเน้นการประเมินด้านไขมันและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของหลอดเลือด มากกว่าการดูเฉพาะค่า Cholesterol หรือ LDL-C เพียงอย่างเดียว
การตรวจสุขภาพทั่วไปมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสุขภาพในหลายระบบของร่างกาย และมักมีการตรวจ Lipid Profile เช่น Cholesterol, Triglyceride, HDL-C และ LDL-C เพื่อดูระดับไขมันในเลือดเบื้องต้น
ในส่วนของโปรแกรม V Precision Heart Attack Risk Check เน้นการประเมิน ปัจจัยเสี่ยงด้านไขมันและหลอดเลือดโดยเฉพาะ โดยเพิ่มการตรวจ ApoB, Lp(a) และ Oxidized LDL ซึ่งโดยทั่วไปไม่ได้รวมอยู่ในโปรแกรมตรวจสุขภาพพื้นฐาน
Oxidized LDL เป็นการตรวจเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ลึกกว่าการตรวจ LDL ทั่วไป ซึ่ง Oxidized LDL ดูถึงกระบวนการออกซิเดชัน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบและการเปลี่ยนแปลงของผนังหลอดเลือด จึงช่วยเพิ่มข้อมูลประกอบการประเมินปัจจัยเสี่ยงร่วมกับค่าไขมันอื่นๆ และการประเมินโดยแพทย์