เลขที่อนุมัติ ฆสพ.สบส. 7542/2565

ของหวานไม่ผิด ถ้าเรารู้ลิมิตและเข้าใจสุขภาพตัวเอง

ของหวานไม่ผิด ถ้าเรารู้ลิมิตและเข้าใจสุขภาพตัวเอง

น้ำตาลที่เรากินแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก

  1. น้ำตาลธรรมชาติ (Natural Sugar) — พบในผลไม้ ผัก หรือผลิตภัณฑ์จากนม เช่น น้ำตาลฟรุกโตสและแลคโตส ซึ่งมักมาพร้อมไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระ
  2. น้ำตาลเติม (Added Sugar) — น้ำตาลที่ถูกเติมในอาหารและเครื่องดื่ม เช่น น้ำอัดลม เบเกอรี่ และขนมหวาน ซึ่งให้พลังงานสูงแต่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ

ปัญหาของคนยุคนี้ไม่ใช่ “การกินน้ำตาล” แต่คือ “กินมากเกินโดยไม่รู้ตัว” จากอาหารแปรรูปและเครื่องดื่มที่แฝงน้ำตาลจำนวนมาก

กินของหวานอย่างไรให้สุขภาพไม่พัง

  1. รู้ลิมิตตัวเอง

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 25 กรัม/วัน (ประมาณ 6 ช้อนชา) สำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งรวมถึงน้ำตาลที่อยู่ในอาหารทุกชนิด

  1. เลือกของหวานที่ดีต่อร่างกาย
  • เลือกผลไม้สดแทนขนมแปรรูป
  • ใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาลขาวในบางเมนู
  • ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวาน หรือน้ำผลไม้กล่อง
  1. ฟังสัญญาณจากร่างกาย

หากกินหวานแล้วง่วง เพลีย หรืออยากของหวานเพิ่ม อาจเป็นสัญญาณของ “น้ำตาลในเลือดเหวี่ยง” ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลิน

  1. กินให้ถูกเวลา

ควรกินของหวานหลังอาหารหรือหลังออกกำลังกาย เพราะร่างกายจะนำพลังงานไปใช้ได้ทันที แทนที่จะสะสมเป็นไขมัน

ผลของการกินหวานเกินลิมิต

เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป อินซูลินจะต้องหลั่งออกมาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบ่อยครั้ง
หากเป็นเช่นนี้ต่อเนื่อง

  • ร่างกายจะเกิดภาวะ “ดื้อต่ออินซูลิน”
  • น้ำตาลที่เหลือจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม
  • เกิดการอักเสบในระดับเซลล์ (Chronic Inflammation)
  • เสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน และความจำเสื่อมในระยะยาว