เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส หลายคนอาจกังวลเรื่องโรคลมแดด (Heatstroke) แต่รู้หรือไม่ว่า “อากาศร้อนจัด” ยังเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิด โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ได้มากกว่าปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและผู้ที่มีโรคประจำตัว
ทำไมความร้อนถึงส่งผลกระทบต่อสมองของเรา
- ภาวะเลือดข้นจากการขาดน้ำ (Dehydration)
เมื่ออากาศร้อน ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อระบายความร้อน หากเราดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้ปริมาณน้ำในกระแสเลือดลดลง ส่งผลให้ “เลือดมีความหนืดและข้นขึ้น” เมื่อเลือดข้น การไหลเวียนจะช้าลงและเกิดลิ่มเลือดได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของหลอดเลือดสมองตีบ
- เส้นเลือดขยายตัวและหดตัวเฉียบพลัน
การเดินเข้า-ออกจากห้องแอร์เย็นฉ่ำมาเจอกับอากาศร้อนจัดภายนอก ทำให้หลอดเลือดต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว (Vascularกระชาก) การขยายและหดตัวอย่างรุนแรงนี้อาจทำให้ผนังหลอดเลือดที่เปราะบางอยู่แล้วเกิดการปริแตกหรืออุดตันได้
- หัวใจทำงานหนักขึ้น
ในสภาพอากาศร้อน หัวใจต้องสูบฉีดเลือดแรงและเร็วขึ้นเพื่อระบายความร้อนออกทางผิวหนัง สำหรับคนที่มีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว สภาวะนี้จะเพิ่มแรงดันในหลอดเลือดสมอง ส่งผลให้เสี่ยงต่ออาการหลอดเลือดแตกมากขึ้น
- ค่าฝุ่นและมลพิษในหน้าร้อน
บ่อยครั้งที่อากาศร้อนมาพร้อมกับค่าฝุ่น PM 2.5 ที่สูงขึ้น ซึ่งอนุภาคเล็กๆ เหล่านี้สามารถเข้าสู่กระแสเลือดและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย รวมถึงสมองด้วย
วิธีลดความเสี่ยง Stroke ในวันที่อากาศร้อนจัด
- จิบน้ำบ่อยๆ: อย่ารอให้กระหายน้ำ ควรจิบน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องตลอดทั้งวัน เพื่อรักษาความเจือจางของเลือด
- เลี่ยงการเปลี่ยนอุณหภูมิฉับพลัน: ก่อนออกจากห้องแอร์ ควรปิดแอร์หรือออกไปยืนในที่ร่มเพื่อปรับตัวก่อนสักพัก
- สังเกตปัสสาวะ: หากปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม แสดงว่าร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง ต้องรีบดื่มน้ำทันที
- ลดกิจกรรมกลางแจ้ง: ในช่วงเวลา 11.00 – 16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แดดแรงที่สุด ควรอยู่ในที่ร่มและอากาศถ่ายเทสะดวก
หากมีอาการหน้ามืด แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด ท่ามกลางอากาศร้อน อย่าคิดว่าเป็นเพียงอาการเพลียแดดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีเพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของ Stroke