เลขที่อนุมัติ ฆสพ.สบส. 7542/2565

หลอดเลือดหัวใจ 3 เส้นหลัก คืออะไร และมีหน้าที่อย่างไร

หลอดเลือดหัวใจ 3 เส้นหลัก คืออะไร และมีหน้าที่อย่างไร

หัวใจทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย แต่กล้ามเนื้อหัวใจเองก็จำเป็นต้องได้รับเลือดและออกซิเจนเช่นกัน หน้าที่นี้เป็นของ หลอดเลือดหัวใจ หรือ Coronary Arteries ซึ่งแตกแขนงอยู่บนผิวหัวใจและนำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจในแต่ละบริเวณ โดยหลอดเลือดหัวใจมีทั้งหมด 3 เส้น

1. Left Anterior Descending Artery หรือ LAD

  • LAD เป็นแขนงสำคัญของหลอดเลือดหัวใจด้านซ้าย หรือ Left Coronary Artery โดยทอดลงมาตามด้านหน้าของหัวใจ
    หน้าที่หลัก คือส่งเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจบริเวณด้านหน้า รวมถึงบริเวณปลายหัวใจ และมีส่วนสำคัญในการเลี้ยงผนังกั้นระหว่างห้องล่างของหัวใจ
    เนื่องจากพื้นที่ที่ LAD เลี้ยงมีความสำคัญต่อการบีบตัวของหัวใจ หากเกิดการตีบหรืออุดตันในตำแหน่งสำคัญ อาจส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจได้มาก

2. Left Circumflex Artery หรือ LCx

  • LCx เป็นอีกหนึ่งแขนงหลักของหลอดเลือดหัวใจด้านซ้าย โดยทอดโค้งไปตามด้านข้างและด้านหลังของหัวใจ
    หลอดเลือดเส้นนี้มีหน้าที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจบริเวณด้านข้างของหัวใจ และในบางคนอาจมีส่วนในการเลี้ยงบริเวณด้านหลังของหัวใจด้วย
    รูปแบบการแตกแขนงของหลอดเลือดหัวใจสามารถแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละบุคคล จึงทำให้พื้นที่ที่ LCx รับผิดชอบอาจไม่เหมือนกันทั้งหมด

3. Right Coronary Artery หรือ RCA

  • RCA หรือหลอดเลือดหัวใจด้านขวา วิ่งไปตามด้านขวาของหัวใจและแตกแขนงไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจหลายส่วน
    โดยทั่วไป RCA มีหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจด้านขวา รวมถึงบางส่วนของผนังด้านล่างของหัวใจ ในคนจำนวนมาก RCA ยังมีแขนงที่เกี่ยวข้องกับการส่งเลือดไปยังระบบไฟฟ้าของหัวใจ เช่น บริเวณที่มีส่วนควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจด้วย

ทำไมหลอดเลือดหัวใจทั้ง 3 เส้นจึงสำคัญ

กล้ามเนื้อหัวใจต้องการออกซิเจน อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างพลังงานสำหรับการบีบตัว หากหลอดเลือดหัวใจเกิดการตีบ เลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจอาจลดลง โดยเฉพาะในช่วงที่หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เช่น ขณะออกกำลังกาย
ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ มักเกี่ยวข้องกับการสะสมของคราบพลัค หรือ Atherosclerotic Plaque บริเวณผนังหลอดเลือด ซึ่งสามารถค่อย ๆ พัฒนาเป็นเวลานาน ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มมีอาการหลอดเลือดตีบมากขึ้น

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
  • หายใจไม่สะดวกขณะออกแรง
  • เจ็บหน้าอกที่อาจร้าวไปแขน ไหล่ คอ กราม หรือหลัง

ดูแลหลอดเลือดหัวใจ เริ่มได้จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • ควบคุมความดันโลหิต
  • ดูแลระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
  • รับประทานอาหารให้หลากหลายและเหมาะสม
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตามสภาพร่างกาย
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม
  • นอนหลับให้เพียงพอ
  • ตรวจสุขภาพตามอายุ ประวัติครอบครัว และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล