อาการ เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก หรือหายใจไม่อิ่ม มักทำให้หลายคนนึกถึงโรคหัวใจก่อน แต่ในความเป็นจริง อาการบริเวณหน้าอกสามารถเกิดจากหลายระบบของร่างกาย
อาการที่คล้ายกัน ไม่ได้หมายความว่าสาเหตุจะเหมือนกัน
- โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจแคบลง ทำให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอในบางช่วง
- แน่น บีบ กด หรือหนักบริเวณกลางหน้าอก
- อาการเกิดขณะออกแรง เดินเร็ว หรือขึ้นบันได
- อาจร้าวไปแขน ไหล่ คอ กราม หรือหลัง
- อาจมีเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม เหงื่อออก หรือคลื่นไส้ร่วมด้วย
- กรดไหลย้อนและโรคทางเดินอาหาร กรดไหลย้อนสามารถทำให้เกิดอาการแสบร้อนหรือไม่สบายกลางอก ซึ่งบางครั้งอาจคล้ายอาการจากหัวใจ
- แสบร้อนกลางอกหรือลิ้นปี่
- เรอ เปรี้ยว หรือมีน้ำย่อยย้อนขึ้นคอ
- อาการสัมพันธ์กับมื้ออาหาร
- เป็นมากขึ้นหลังรับประทานอาหารอิ่มหรือนอนราบ
- โรคปอดและเยื่อหุ้มปอด ปัญหาจากระบบทางเดินหายใจบางชนิด เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มปอดอักเสบ หรือภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด อาจทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกได้
- เจ็บมากขึ้นเวลาหายใจเข้าลึก ๆ หรือไอ
- หายใจไม่อิ่ม
- ไอ
- มีไข้ในบางภาวะ
- หายใจลำบากอย่างเฉียบพลันในบางกรณี
- กล้ามเนื้อ กระดูก และผนังทรวงอก อาการเจ็บหน้าอกอาจเกิดจากกล้ามเนื้อหรือกระดูกบริเวณหน้าอก เช่น หลังออกกำลังกาย ยกของหนัก หรือมีการอักเสบของบริเวณข้อต่อกระดูกซี่โครง
- การขยับตัว
- การบิดลำตัว
- การยกแขน
- การกดบริเวณที่เจ็บแล้วรู้สึกเจ็บเพิ่มขึ้น
- ความเครียด วิตกกังวล และ Panic Attack ความเครียดหรือภาวะวิตกกังวลสามารถทำให้เกิดอาการทางกายได้
- แน่นหน้าอก
- ใจเต้นเร็ว
- หายใจเร็วหรือรู้สึกหายใจไม่เต็มอิ่ม
- มือชา
- เวียนศีรษะ
- รู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก
เจ็บหน้าอกแบบไหนไม่ควรรอดูอาการ
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกเกิดขึ้นใหม่ รุนแรง หรือไม่ทุเลา โดยเฉพาะเมื่อมีอาการหายใจลำบาก
- เหงื่อออกมาก
- หน้ามืด เป็นลม คลื่นไส้
- อาการร้าวไปแขน ไหล่ หลัง คอ หรือกราม
หากมีอาการหรือปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ ควรเข้ารับการประเมินสุขภาพและปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
ที่ V Precision Clinic มี โปรแกรม Basic Stroke Screening สำหรับประเมินปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพโรคหลอดสมองและหลอดเลือดหัวใจ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการดูแลสุขภาพ และการวางแผนติดตามร่วมกับแพทย์
*โปรแกรมดังกล่าวเป็นการตรวจประเมินปัจจัยเสี่ยงเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ผลการตรวจและคำแนะนำขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ