คุณเคยสงสัยไหมว่า ทั้งที่พยายามเข้านอนให้เร็วขึ้น หรือพยายามทำทุกวิถีทางแล้ว แต่ทำไมอาการนอนไม่หลับก็ยังไม่หายไป? บางครั้ง “ความพยายามที่จะนอน” นั่นแหละที่เป็นตัวการหลัก
5 พฤติกรรมทำร้ายวงจรการนอนโดยไม่รู้ตัว
- การรอให้ ‘ง่วง’ บนเตียง
หลายคนเลือกที่จะไปนอนเล่นมือถือหรืออ่านหนังสือบนเตียงเพื่อรอให้ความง่วงมาเยือน แต่นี่คือกับดัก! เพราะสมองจะเริ่มจดจำว่าเตียงนอนคือพื้นที่สำหรับกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่การนอน หากคุณนอนไม่หลับภายใน 20 นาที ควรลุกออกจากเตียงไปทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายในที่แสงน้อย แล้วค่อยกลับมาเมื่อรู้สึกง่วงจริงๆ เท่านั้น - การนอนชดเชยในวันหยุด (Social Jetlag)
การอดนอนวันจันทร์-ศุกร์ แล้วไปนอนตื่นเที่ยงในวันเสาร์-อาทิตย์ คือการทำลายนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) อย่างรุนแรง ร่างกายจะเกิดอาการสับสนเหมือนคุณบินข้ามโซนเวลาตลอดเวลา ส่งผลให้คืนวันอาทิตย์คุณจะเผชิญกับอาการนอนไม่หลับซ้ำซาก - แสงสีฟ้าและความร้อนที่มองข้าม
ไม่ใช่แค่แสงจากจอ แต่มือถือยังส่งผ่านข้อมูลที่กระตุ้นสมองให้ตื่นเต้น นอกจากนี้ อุณหภูมิร่างกายที่สูงเกินไปจากการอาบน้ำอุ่นจัดแล้วเข้านอนทันที หรือห้องนอนที่ร้อนเกินไป จะขัดขวางการหลั่งเมลาโทนินตามธรรมชาติ ทำให้คุณหลับไม่ลึกและตื่นมาเพลีย - การดื่มแอลกอฮอล์เพื่อให้หลับง่าย
หลายคนใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยให้นอนหลับ ซึ่งในความเป็นจริง แอลกอฮอล์อาจช่วยให้คุณ “สลบ” ไปได้เร็วขึ้น แต่จะทำลายคุณภาพการนอนช่วง REM Sleep (ช่วงที่สมองจัดระเบียบความจำ) อย่างสิ้นเชิง ทำให้คุณตื่นมาพร้อมกับสมองที่ตื้อและไม่สดชื่น - การกินมื้อดึกที่หนักเกินไป
เมื่อกระเพาะอาหารต้องทำงานหนักในการย่อยมื้อดึก อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายจะสูงขึ้น ซึ่งสวนทางกับสภาวะที่ร่างกายต้องการเพื่อการนอนหลับลึก ผลคือคุณอาจจะหลับได้ แต่หัวใจและระบบเผาผลาญกลับไม่ได้พักผ่อนอย่างที่ควรจะเป็น
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้เป็นด่านแรกของการมีสุขภาพดี แต่หากปรับตามคำแนะนำแล้วปัญหายังคงอยู่ การตรวจโปรแกรม Sleep Profile ที่ V Precision Clinic จะช่วยวิเคราะห์ปัจจัยขัดขวางการนอนเหล่านี้ในระดับที่ลึกกว่าพฤติกรรมภายนอก เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสภาพร่างกายโดยเฉพาะ