หลายคนเข้าใจว่า หากมีอาการหน้าเบี้ยว แขนขาไม่มีแรง หรือพูดไม่ชัด นั่นคือ โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) แน่นอน แต่ในความเป็นจริง ยังมีภาวะที่เรียกว่า “Stroke เทียม” หรือ Stroke Mimics ซึ่งแสดงอาการคล้ายกับ Stroke มาก แต่สาเหตุนั้นไม่ได้มาจากการอุดตันหรือการแตกของหลอดเลือดสมอง
ซึ่งถึงแม้อาการจะดูเหมือนกัน แต่สาเหตุของการเกิด Stroke เทียมอาจมาจากระบบอื่นของร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบเผาผลาญ หรือภาวะชั่วคราวบางอย่าง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้ป่วยไม่สามารถแยกเองได้ว่าเป็นปัญหาที่ หลอดเลือดสมอง จริงหรือไม่ จึงต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์เสมอ
สาเหตุที่พบบ่อยของ Stroke เทียม
ภาวะเหล่านี้สามารถแสดงอาการคล้าย Stroke ได้ จนทำให้สับสนได้ง่าย
- น้ำตาลในเลือดต่ำ
เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลง สมองจะขาดพลังงานในการทำงานทันที เนื่องจากสมองต้องพึ่งพาน้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานหลัก ส่งผลให้เกิดอาการ เช่น อ่อนแรง มึนงง สับสน หรือพูดไม่ชัด ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับความผิดปกติของ หลอดเลือดสมอง อย่างมาก จุดสังเกตคือ หากได้รับน้ำตาลอย่างรวดเร็ว อาการมักจะดีขึ้นในเวลาไม่นาน - ไมเกรนที่มีอาการเตือน (Migrainous Aura)
ไมเกรนชนิดนี้อาจมีอาการทางระบบประสาทเกิดขึ้นก่อนหรือร่วมกับอาการปวดศีรษะ เช่น เห็นแสงวูบวาบ ภาพบิดเบี้ยว ชาตามร่างกาย หรือพูดลำบาก ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นชั่วคราวและมีลักษณะใกล้เคียงกับ Stroke ที่เกี่ยวข้องกับ หลอดเลือดสมอง อย่างมาก จุดสังเกตคือ อาการมักค่อย ๆ เกิดขึ้นภายในช่วงเวลาสั้น ๆ และจะหายไปได้เองภายในไม่เกินประมาณ 1 ชั่วโมง ต่างจากภาวะที่เกิดจาก หลอดเลือดสมอง ซึ่งมักเกิดขึ้นทันทีและอาการอาจไม่ดีขึ้นเอง - ภาวะชักหรือหลังชัก (post-seizure)
หลังจากเกิดอาการชัก บางคนอาจมีภาวะอ่อนแรงครึ่งซีก หรือควบคุมการเคลื่อนไหวได้ไม่ดี ซึ่งเรียกว่า “Todd’s paralysis” อาการนี้อาจคงอยู่ตั้งแต่นาทีไปจนถึงหลายชั่วโมง ทำให้ดูคล้ายกับ Stroke ที่เกิดจาก หลอดเลือดสมอง อย่างมาก จุดสังเกตคือ อาการมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองเมื่อสมองฟื้นตัวจากภาวะชัก - โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy)
ภาวะนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนสับสนกับ Stroke มาก เนื่องจากมีอาการ “หน้าเบี้ยว” ที่เห็นได้ชัด โดยมักเกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทใบหน้า ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของ หลอดเลือดสมอง อาการที่พบได้ เช่น ปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท หรือมีน้ำลายไหล จุดสังเกตคือ หากเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับ หลอดเลือดสมอง มักมีอาการอ่อนแรงของแขนหรือขาร่วมด้วย และยังสามารถยกคิ้วได้ แต่ในกรณีของ Bell’s Palsy จะมีอาการอ่อนแรงของใบหน้าทั้งซีก รวมถึงหน้าผากและดวงตา และมักไม่มีอาการแขนขาอ่อนแรงร่วมด้วย
ควรทำอย่างไร หากมีอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง
หากเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น อ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป สิ่งที่ควรทำทันทีคือ “รีบไปพบแพทย์โดยไม่รอดูอาการ” เพราะในกรณีของโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) จริง อาการมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและพร้อมกันในเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของ หลอดเลือดสมอง และต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด
แม้บางภาวะที่เลียนแบบ Stroke อาจมีอาการค่อย ๆ เป็นมากขึ้นทีละน้อย แต่ในสถานการณ์จริง ตัวผู้ป่วยเองไม่สามารถแยกได้ด้วยตัวเองว่าเป็นปัญหาจาก หลอดเลือดสมอง หรือไม่ ดังนั้น การไปพบแพทย์ทันทีจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
อ้างอิง
- Stroke Manual. Stroke mimics. Available at: https://www.stroke-manual.com/stroke-mimics/
- Khawar H, McFarlane S, Libman RB. Stroke Mimics at 30 Years: Where We Have Been, Where We Are Now, and Where We Are Going. Available at: https://www.ahajournals.org/doi/10.1161/STROKEAHA.124.048067
- Summa Health. 7 Common Stroke Mimics That Look Like You’re Having a Stroke. Available at: https://www.summahealth.org/flourish/entries/2022/08/7-common-stroke-mimics-that-look-like-you-are-having-a-stroke