ช่วงปลายฝนต้นหนาวหรือเวลาที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทั้งอุณหภูมิที่ขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ความชื้นที่สูง หรือแม้แต่ฝุ่นและมลภาวะในอากาศ ล้วนเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้ โรคภูมิแพ้กำเริบง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นภูมิแพ้จมูก ภูมิแพ้ผิวหนัง หรือโรคหอบหืด หลายคนจึงรู้สึกจามบ่อย น้ำมูกไหล คัดจมูก หรือคันผิวหนังทันทีที่อากาศเปลี่ยน การรู้เท่าทันสาเหตุและการดูแลตัวเองจะช่วยลดความรุนแรงของอาการและป้องกันโรคแทรกซ้อนได้
ทำไมอากาศเปลี่ยนทำให้ภูมิแพ้กำเริบ
- ความชื้นและอุณหภูมิที่เปลี่ยนเร็วกระตุ้นเยื่อบุจมูกและทางเดินหายใจ เมื่ออากาศเย็นหรือชื้นจัด เยื่อบุจมูกจะบวม ทำให้จาม คัดจมูก และน้ำมูกไหล, ทางเดินหายใจหดตัวง่ายขึ้น ทำให้หอบเหนื่อยในผู้เป็นหอบหืด
- ฝุ่นละอองและเชื้อราในอากาศเพิ่มมากขึ้น ความชื้นสูงทำให้ฝุ่น เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน เช่น ไรฝุ่น แพร่กระจายได้ดี
- ระบบภูมิคุ้มกันทำงานไวเกินในคนที่มีพื้นฐานภูมิแพ้ กระตุ้นการปล่อยสารก่ออาการแพ้ เช่น ฮิสตามีน ทำให้เกิดอาการกำเริบ
สัญญาณที่บ่งบอกว่าภูมิแพ้กำเริบเพราะอากาศเปลี่ยน
- จามติดต่อกันหลายครั้ง
- คัดจมูก น้ำมูกใส
- คันตา แสบตา น้ำตาไหล
- ไอเรื้อรัง หรือหายใจมีเสียงวี๊ด
- ผื่นคัน ลมพิษขึ้นง่ายเมื่ออากาศเย็นหรือชื้น
วิธีดูแลตัวเองช่วงอากาศเปลี่ยนบ่อยเพื่อลดอาการภูมิแพ้
- สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกบ้าน หรืออยู่ในพื้นที่มีฝุ่นมาก
- รักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น โดยเฉพาะช่วงเช้าและกลางคืน
- ทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดฝุ่น เชื้อรา และไรฝุ่น
- ใช้เครื่องฟอกอากาศในห้องนอนหรือพื้นที่ที่อยู่ประจำ
- หลีกเลี่ยงสัตว์เลี้ยงที่ขนร่วงในบ้านหากเป็นสาเหตุแพ้
- หากอาการรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและปรับการรักษา