อาการ Jet Lag เกิดขึ้นเมื่อ “นาฬิกาชีวภาพ” (Circadian Rhythm) ภายในร่างกายของเราไม่สอดคล้องกับเวลาท้องถิ่น ณ จุดหมายปลายทาง โดยเฉพาะการบินข้ามโซนเวลานาน
อาการที่พบได้บ่อยคือนอนไม่หลับในตอนกลางคืนแต่ง่วงจัดในตอนกลางวัน อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย และมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย ข้อมูลจาก Sleep Foundation แนะนำว่า วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือคือการ “ปรับตัวเข้ากับแสงแดด” พยายามออกไปโดนแสงแดดธรรมชาติในช่วงเช้าเพื่อส่งสัญญาณให้สมองรู้ว่าเป็นเวลาตื่น และหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือก่อนเข้านอน
วิธีการปรับตัวอาการ Jet Lag
- ควรดื่มน้ำเปล่าให้มากเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำ
- พยายามขยับร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อบ่อยๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
- การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนในช่วงใกล้เวลานอน จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น
- การใช้วิตามินเสริมภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วย “รีเซ็ต” เวลานอนให้เข้าที่ได้เร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัดและต้องการดูแลความพร้อมของร่างกาย การใช้บริการทางการแพทย์อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยสนับสนุนการปรับตัวของร่างกาย
โปรแกรม Cryotherapy การบำบัดด้วยความเย็น ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังการนั่งหรือใช้งานร่างกายเป็นเวลานาน
โปรแกรม Hyperbaric Chamber การรับออกซิเจน ช่วยส่งเสริมความรู้สึกปลอดโปร่งและความสดชื่นของร่างกาย
ทั้งนี้ การรับบริการควรอยู่ภายใต้การประเมินและดูแลของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ โดยผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และไม่สามารถใช้ทดแทนการดูแลสุขภาพตามธรรมชาติได้
อ้างอิง
Sleep Foundation. (2025, 29 JUL). Jet Lag: Symptoms, Causes, and Prevention. https://www.sleepfoundation.org/travel-and-sleep/jet-lag
Aerospace Medical Association. (no date). Health Tips For Airline Travel. https://asma.org/publications/medical-publications-for-airline-travel/health-tips-for-airline-travel/