เมื่อพูดถึงไขมันในเลือด หลายคนมักให้ความสำคัญกับ LDL-C เป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้ว Triglyceride ก็เป็นอีกค่าที่ไม่ควรมองข้าม เพราะระดับที่สูงอาจพบร่วมกับปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด อย่างไรก็ตาม Triglyceride สูงไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นโรคหัวใจ แต่ควรนำไปประเมินร่วมกับไขมันชนิดอื่นและสุขภาพโดยรวม
Triglyceride หรือไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมันที่ร่างกายใช้เป็นแหล่งสะสมพลังงาน เมื่อได้รับพลังงานจากอาหารมากกว่าที่ร่างกายต้องใช้ พลังงานส่วนเกินบางส่วนสามารถถูกเปลี่ยนและเก็บในรูป Triglyceride ได้
- น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่รับประทาน
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- น้ำหนักตัว
- การออกกำลังกาย
- ภาวะดื้อต่ออินซูลินและเบาหวาน
- พันธุกรรม
- โรคหรือยาบางชนิด
Triglyceride สูงเกี่ยวข้องกับหัวใจอย่างไร
1. อาจพบร่วมกับอนุภาคไขมันที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด
- อาจมี VLDL และ remnant lipoproteins เพิ่มขึ้น
- อนุภาคเหล่านี้มี ApoB และเกี่ยวข้องกับกระบวนการเกิดคราบพลัค
- จึงอาจพิจารณา Non-HDL-C หรือ ApoB ร่วมด้วย
2. มักพบร่วมกับ HDL-C ต่ำ
- พบได้บ่อยในผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินหรือ Metabolic Syndrome
- การมีไขมันผิดปกติหลายค่าร่วมกัน อาจสะท้อนความเสี่ยงได้มากกว่าดู Triglyceride เพียงค่าเดียว
3. เกี่ยวข้องกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- พบได้บ่อยในผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- อาจพบร่วมกับเบาหวาน น้ำหนักเกิน หรือไขมันสะสมบริเวณช่องท้อง
Triglyceride สูงแค่ไหนถึงควรกังวล
- ต่ำกว่า 150 mg/dL : อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- 150–199 mg/dL : เริ่มสูง ควรปรับพฤติกรรมและติดตามค่า
- 200–499 mg/dL : สูง ควรประเมินปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย
- ตั้งแต่ 500 mg/dL ขึ้นไป : สูงมาก ควรพบแพทย์ เพราะความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบเพิ่มขึ้น
- ตั้งแต่ 1,000 mg/dL ขึ้นไป : เป็นระดับที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากและควรได้รับการดูแลทางการแพทย์
*ค่าที่ตรวจขณะอดอาหาร
ที่ V Precision Clinic มี โปรแกรม Basic Stroke Screening สำหรับประเมินปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพโรคหลอดสมองและหลอดเลือดหัวใจ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการดูแลสุขภาพ และการวางแผนติดตามร่วมกับแพทย์
*โปรแกรมดังกล่าวเป็นการตรวจประเมินปัจจัยเสี่ยงเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ผลการตรวจและคำแนะนำขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ